สร้างสรรค์ ฟีดแบคที่ดีคือ “ฟีดแบคเชิงสร้างสรรค์”

Harvard ค้นพบว่า ฟีดแบคที่ดีคือ “ฟีคแบคเชิง สร้างสรรค์ ” แต่ในบางคนนั้นก็ต้องใช้ “ฟีดแบคที่แรงกว่านั้น” ถึงจะลงมือทำอะไรได้ การให้ฟีดแบคเชิงบวก กุญแจสำคัญในการทำงานร่วมกัน ที่ผ่านมาในชีวิตคุณเคยได้รับฟีดแบคแบบไหนบ้าง ? คนจำนวนไม่น้อยก็คงจะคุ้นเคยกับคำว่า ‘ติเพื่อก่อ’ หรือ ‘การดูถูกเพื่อเป็นแรงผลักดัน’ … แต่คำพูดเหล่านั้นสามารถได้ผลจริงหรือ ? ก็คงไม่แปลกหากมีคนเห็นด้วยกับการแสดงฟีดแบคเช่นนี้ แต่คนเราก็มีความคิดที่ไม่เหมือนกัน การที่ยิ่งตำหนิหรือให้ฟีดแบคเชิงลบนั้นอาจไม่ได้ผลกับทุกคนเสมอไป

ซึ่งแน่นอนว่าการให้ฟีดแบคนั้นเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิต แต่การเลือกใช้คำพูดนั้นก็มีความสำคัญต่อ ‘ความรู้สึก’ ของผู้ฟัง อาจมีบางคนที่รู้สึกเฉย ๆ กับการถูกให้ฟีดแบคเชิงลบ แต่สำหรับบางคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ดังนั้น ในวันนี้เราจึงได้มานำเสนอเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่า ทำไมการให้ฟีดแบคใน ‘เชิงบวก’ นั้นมีความสำคัญ แต่จะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามกัน

สร้างสรรค์

ก่อนอื่นเลย คำว่า ‘Feedback’ ก็คือการที่เราถูกใครบางคนประเมิน วิพากษ์วิจารณ์ หรือตัดสิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นการตอบสนองต่อความเครียด จึงทำให้เมื่อหลายคนได้ยินคำว่า ‘ฟีดแบค’ ส่วนใหญ่ก็มักจะสันนิษฐานกันไปว่าเป็น ‘ข่าวร้าย’ แต่คำติชมก็ไม่ได้น่ากลัวเสมอไปเพราะสามารถทำให้เรารู้สึกมีค่า เป็นที่ยอมรับ และพอใจที่เพื่อนร่วมงานของเราเห็นเราในเชิงบวก ย้อนกลับไปที่ข้อสันนิษฐานที่ว่า ‘ฟีดแบคเชิงลบ’ นั้นไม่ได้ได้ผลสำหรับทุกคนเสมอไป … แล้วแบบไหนล่ะที่คนต้องการ ? 

สร้างสรรค์

จากการศึกษาของ Harvard Business Review พบว่ากว่า 57% ของผู้คนต้องการคำติชมที่ ‘สร้างสรรค์’ มากกว่าการยกย่องหรือการยอมรับในเชิงบวก เพราะทุกคนตระหนักดีว่าข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ทำให้เรามีโอกาสเรียนรู้และเติบโตได้มากกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องการผลตอบรับเชิงบวกเลย เพราะ ‘การให้ฟีดแบคเชิงบวกและสร้างสรรค์ ’ นั้นมีความ Powerful มากกว่าที่คุณคิด คำพูดดี ๆ และการติชมในเชิงบวกสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจซึ่งช่วยให้พวกเขาทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้พวกเขามีแรงจูงใจและมีส่วนร่วมมากขึ้น เนื่องจากมันแสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกเขาได้รับการสนับสนุนและสิ่งนี้นำไปสู่ความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีขึ้น สุดท้ายแล้วผู้คนจะยอมรับคำวิจารณ์ได้ง่ายขึ้นเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นแล้วเราจะสนับสนุนให้ผู้คนให้ข้อเสนอแนะในเชิงบวกมากขึ้นได้อย่างไร ? ด้วยความที่คนไทยอาจยังไม่ค่อยคุ้นชิน แต่การให้ฟีดแบคในเชิงบวกและสร้างสรรค์นั้นก็ไม่ยากเลย เพียงทำตามคำแนะนำเหล่านี้

สร้างสรรค์

การให้ฟีดแบคใน เชิงบวก และ สร้างสรรค์

1) ทำให้การชื่นชมเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ปกติ เพราะข้อเสนอแนะนั้นเกิดจาก ‘คน’ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือการที่ผู้คนจะต้องสามารถให้ข้อเสนอแนะในเชิงบวกแก่กันและกันได้ ซึ่งจะช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่ง ให้การสนับสนุนกันและกัน และจะมีความเหนียวแน่นมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้เพราะโดยปกติแล้วผู้คนมักจะรู้สึกสบายใจที่จะให้คำติชมเชิงบวกมากกว่า

นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถให้ข้อเสนอแนะในเชิงบวกต่อหน้าผู้อื่นได้ซึ่งต่างจากการให้ฟีดแบคเชิงลบที่บางครั้งต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่า และการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้สามารถเพิ่มแรงจูงใจและขวัญกำลังใจได้ นอกจากนี้หากคนเห็นผู้อื่นได้รับคำชมและยกย่อง พวกเขามักจะตั้งใจทำงานเพื่อให้ได้รับคำชมเชยเช่นเดียวกัน เนื่องจากปัจจัยความต้องการขั้นพื้นฐานของทุกคนก็คือการ ‘ถูกยอมรับ’ แม้หลาย ๆ ครั้งคนเรามักจะปฏิเสธคำชม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องการคำชม

2)  ไม่ใช่แค่การพูดว่า “ทำได้ดี” เมื่อคนได้ยินคำว่าการให้ฟีดแบค เชิงบวก คุณก็อาจคิดอย่าง สร้างสรรค์ ว่าการที่บอกว่า “คุณทำได้ดี” เพียงเท่านี้ก็จบ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นเพราะนอกจากเราจำชื่นชมแล้ว บางทีการเพิ่ม What & Why เข้าไป What & Why ก็คือการที่คุณบอกคน ๆ นั้นว่าสิ่งที่คุณประทับใจคืออะไร เหตุใดคุณถึงคิดว่ามันดี ทำไมมันดูแล้วเวิร์ค ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยให้คุณสามารถให้คำติชมโดยตรงและตรงประเด็นและสามารถทำให้แต่ละคนรู้ว่าเราคาดหวังอะไรจากพวกเขา ข้อเสนอแนะในเชิงบวกจะช่วยสร้างแรงจูงใจ เพิ่มความมั่นใจ และแสดงให้ผู้คนเห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับพวกเขา ช่วยให้ผู้คนเข้าใจและพัฒนาทักษะของพวกเขา อันจะเป็นผลดีต่อประสิทธิภาพของบุคคล ทีมงาน และองค์กร

สร้างสรรค์

จริง ๆ แล้วการให้คำแนะนำในเชิงลบอาจไม่ได้แย่ แต่สิ่งที่เป็นปัญหานั้นอาจเกี่ยวข้องกับ ‘คำพูด’ ของคนมากกว่า เพราะกว่า 92% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยกับคำยืนยันที่ว่า ‘การให้คำติชมเชิงลบที่เหมาะสม มีประโยชน์ในการช่วยให้คนในทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ’ แต่ก็มีไม่น้อยเลยที่ได้แสดงความคิดเห็นอย่างไม่เป็นมืออาชีพ มีการใส่อารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ‘อคติ’ ลงไป จนสุดท้ายแทนที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่ผิดพลาด แต่กลับไปโจมตีตัวบุคคลที่ทำงานนั้น ๆ แทน ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ในการทำงานที่ดีขึ้น ผู้คนเชื่อว่าการวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์มีความสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการจากหัวหน้า

ซึ่งการศึกษาของ Harvard Business Review สรุปได้ว่าความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะเชิงแก้ไขอย่าง สร้างสรรค์ เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมของคุณที่จะทำให้คุณแตกต่าง ไม่มีใครที่ชอบการถูกตำหนิอยู่ตลอดเวลา บางทีการลองเปลี่ยนมาเป็นการติเพื่อก่ออย่างสร้างสรรค์ก็อาจทำให้ทีมแข็งแกร่งมากกว่า ส่วนเล็ก ๆ ที่ทำให้คนสามารถพัฒนาทักษะความสามารถเริ่มได้ง่าย ๆ จากการให้คำแนะนำอย่างเคารพ จริงใจ ตรงไปตรงมา และไม่นำอคติเข้ามาเกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันเมื่อได้รับข้อติชมไปแล้วก็ควรแก้ไขอย่างสุดความสามารถและเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน นี่อาจเป็นก้าวแรกที่จะทำให้การทำงานในทีมของคุณมีความเหนียวแน่นและเพิ่มศักยภาพได้มากกว่าเดิม อย่าลืมลองนำไปปรับใช้แล้วนำผลลัพธ์มาแชร์กันนะครับ

หากคุณต้องการอ่านบทความอื่น ๆ ที่มีทั้งสาระดีดีและเกร็ดความรู้แบบนี้อีก สามารถติดตามพวกเราได้ที่นี่ >> iranicom