Marxism (ลัทธิมากซ์)มาไขข้อสงสัยกันคืออะไร?

ลัทธิมากซ์  Marxism หรือมักใช้เป็นคำทับศัพท์ของเอกคำนั้นก็คือมาร์กซิสต์ ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์ทางสังคม และเศรษฐกิจมีการวิพากษ์ทุนนิยม(เป็นระบบเศรษฐกิจซึ่งเจ้าของและเอกชนผู้ควบคุมการค้าอุตสาหกรรมและวิธีการผลิตต่าง ๆ โดยจะมีกฎหมายเพื่อการทำกำไรในเศรษฐกิจแบบตลาดคุณลักษณะสำคัญ ของทุนนิยมได้แก่การสะสมทุนตลาดการแข่งขัน และการค้าทางแรงงานในเศรษฐกิจทัศน์ และการขูดรีด)  การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นและความขัดแย้งทางสังคม โดยมีการตีความพัฒนาและการพัฒนาในแบบวัสดุนิยมและทัศนีย์วิภาษวิธีและ การแปลงทางสังคม(เป็นวิธีการถกเถียงเพื่อระงับความไม่ลงรอยซึ่งจะอยู่กลางปรัชญายุโรป และอินเดียมาแต่สมัยโบราณเป็นต้นกำเนิดของกรีกโบราณ และเพตโตโดยทำให้เผยแพร่ในบทสนทนาในโสเครตีส)  ตามทฤษฎีของลัทธิมากซ์มีความขัดแย้งกันระหว่างชนชั้นในทางสังคมทุนนิยมอันเนื่อง มาจากความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ทางวัตถุและกรรมาชีพ Marxism ที่ถูกกดขี่ใช้แรงงานเอาค่าจ้างที่ชนชั้นกับภูมิที่จ้าง เพื่อการผลิตสินค้าและการบริการซึ่งชนชั้นกระฏมพี(เป็นชนชั้นทางสังคมกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ในชนชั้นกลาง หรือชนชั้นพ่อค้าวาณิชได้สถานะทางสังคม หรือว่าอำนาจมาจากหน้าที่การงานการศึกษาและความมั่งมีเป็นชนชั้นที่มีฐานะ จากการค้าขายหรืองานช่างฝีมือ) เป็นการปกครองที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต และความมั่นคงและการจัดสรรผลิตสัมพันธ์ส่วนเกิน หรือว่ากำไรที่ผลิตขึ้นมา จากการต่อสู้ระหว่างชนชั้นนี้มักแสดงออกได้ เป็นกบฏต่อการผลิตกำลังทางสังคมต่อสัมพันธ์ 

Marxism

Marxism การแบ่งแยกชนชั้นตามรูปแบบการค้า

การผลิตของทางสังคมอีกด้วยส่งผลให้เกิดวิกฤตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว Marxism เมื่อชนชั้นนี้กับภูมิพีประสบความลำบากในการจัดการ ความแปลกแยกของแรงงานที่ทวีคูณความรุนแรงขึ้นของชลกรรมาชีพไม่ว่าจะมีความสำนึกเรื่องชนชั้น ระดับน้อยแต่ในวิกฤตนี้ลงเอยด้วยการปฏิวัติของชนกรรมาชีพและ การสถาปนาสังคมนิยม(ระบบทางสังคมและเศรษฐกิจซึ่งมีลักษณะนะก็ คือสังคมเป็นเจ้าของปัจจัยของการผลิต และจัดการเศรษฐกิจในแบบร่วมมือตลอดจนทฤษฎีและกระบวนการเมืองซึ่งมุ่งสถาปนาระบบดังกล่าวให้เป็นสังคมเป็นเจ้าของอาจหมายถึง การประกอบสหกรณ์และการเป็นเจ้าของร่วมรัฐเป็นเจ้าของ และพลเมืองเป็นเจ้าของเสมอภาค)ในที่สุดซึ่งในระบบทางสังคม และเศรษฐกิจที่ถูกยึดทางสังคมเจ้าของปัจจัยการผลิตและการกระจายแต่ละคนตามการมีส่วนร่วม และการผลิตที่จะจัดระเบียบ 

Marxism โดยตรงสำหรับการใช้เมื่อกำลังการผลิตก้าวหน้าขึ้นให้ตั้งสมมติฐานว่าสังคมนิยมสุดท้ายจะแปลงเป็นสังคมคอมมิวนิสต์และหมายถึงสังคมไร้ชนชั้นและไร้รัฐ แม้จะมีมนุษยธรรมที่จะยึดกรรมสิทธิ์ร่วมและหลักการพื้นเดิมแต่ละคน ตามความสามารถให้แต่ละคนให้ตรงตามความต้องการได้  ในการกำหนดเป้าหมายการเมืองและสังคมนิยมเคยเป็นทั้งชาติ และนิยมนานาชาตินิยมสร้างผ่านพรรคการเมืองและการเมืองที่ต่อต้านพรรคการเมืองได้บางครั้ง ที่ซับซ้อนสภาพทางการค้าและบางครั้งในอิสระภาพมีความสำคัญของ ประเทศอุตสาหกรรมและประเทศที่กำลังจะพัฒนา เริ่มการเคลื่อนไหวทางสังคมนิยมและก็คือประชาธิปไตยนิยมนำสู่เศรษฐกิจ 

กฎที่ควบคุมพฤติกรรมในอนาคตด้วย สำหรับมุมมองของมากซ์ในเรื่องดังกล่าวจึงสามารถสรุปคร่าว ๆ ได้นั้นก็ คือ

รากฐานของประวัติศาสตร์คือการต่อสู้ระหว่างชนชั้น 

เศรษฐกิจเป็นรากฐานของปรากฏการณ์ในสังคม

ในแบบผสมผสานร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของการตลาดที่มีการแทรกแซงของรัฐในรูปแบบของการกระจายรายได้ทางกฎระเบียบและรัฐสวัสดิการ(มโนทัศน์และการปกครองซึ่งรัฐนั้นมีบทบาท Marxism ในการคุ้มครองและส่งเสริมความอยู่ในที่ดีอยู่ในเศรษฐกิจ และสังคมพลเมืองโดยอาศัยหลักความเสมอภาคของโอกาส และการกระทำความมั่นคงความชอบธรรมความรับผิดชอบต่อสาธารณะแก่ผู้ที่ไม่สามารถจัดตั้งขั้นต่ำสำหรับชีวิตได้ดีได้)ประชาธิปไตยเศรษฐกิจเสนอให้มี รูปแบบลักษณะทางสังคมนิยมในทางการตลาดซึ่งจะมี การควบคุมการกระจายอำนาจของ บริษัท สกุลเงิน การลงทุน รวมถึงทรัพยากรทางธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิม 

สามาติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> iranicom

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *