ไดโนเสาร์ (Dinosaur)ล้านปี

ไดโนเสาร์ มนุษย์ได้ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์มาเป็นเวลานับล้านล้านปีแต่ยังไม่มีผู้ใดที่จะเข้าใจถึงทองแท้ของซากไดโนเสาร์เหล่านี้ ที่ต่างพากันคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ทั้งชาวจีนยังมีความเชื่อเกี่ยวกับกระดูกมังกรอีกด้วย ทำให้มีการเชื่อมโยงแบบผิด ๆ หลงทิศหลงทางทางกันมา  จนกระทั่งมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์อีกครั้งเมื่อในปี พ.ศ1822 โดยนักธรณีวิทยาของชาวอังกฤษค้นพบไดโนเสาร์ชนิดแรกของโลกจึงได้จัดตั้งชื่อว่า อิกัวโนดอน โดยมีลักษณะทางชีววิทยาของไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่ยักษ์!พวกมันจะมีผิวหนังที่ปกคลุมเป็นเกล็ดเหมือนกันกับ งู จระเข้ เต๋า กระเพาะอาหารของไดโนเสาร์สามารถกินพืชได้มาก มีขนาดที่ใหญ่จะอย่างไรก็ตามเนื่องจากเซลล์ เซลลลูโลส ของพืชนั้นบางครั้งจะทำให้กลืนก้อนหินไปช่วยย่อยแต่สวนไดโนเสาร์นั้นจะกินเนื้อย่อยอาหารเร็วกว่า  มีข้อมูลของไดโนเสาร์ยังไม่ทราบแน่ชัดนักชีววิทยาได้พิสูจน์ว่าไดโนเสาร์นั้นศูนย์ไปหมด เหลือแค่เพียงซากดึกดำบรรพ์ไว้เท่านั้น 

ไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อนคลานขนาดใหญ่

ไดโนเสาร์ นักบรรพชีววิทยาต้องสันนิษฐานตามข้อมูลต่าง ๆ และพฤติกรรมการล่าเหยื่อรวมถึงการดำรงชีวิต ไดโนเสาร์ขึ้นมาพพไม่ตรงกันกับความเป็นจริงมากเท่าไหร่นัก  ด้วยยุคของไดโนเสาร์ ยุคไทรแอสซิก  มีการคงรูปของไดโนเสาร์ในยุคนี้เกิดขึ้นถูกปกคลุมด้วยป่าไม้จำนวนมาก คือ ที่หลายตระกูลในสปอร์การขยายพันธุ์ประสบความสำเร็จมีการพัฒนาถึงขั้นสูงสุด ในป่าของยุคไทรแอสซิกในช่วงแรกนั้นมีสัตว์ใหญ่ไม่มากนักสัตว์ปีกที่ใหญ่ที่สุด!นั่นก็คือแมลงปออยากที่มีปีกกว้างถึง 2 ฟุต ได้ชื่อว่านักล่าเวหาเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในยุคนั้น  

ไดโนเสาร์

การจำแนกไดโนเสาร์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ตามโครงสร้างกระดูกเชิงกรานได้ 2 ชนิดนั้นก็ คือ  

•ไดโนเสาร์สะโพกสัตว์เลื้อยคลาน หรือว่า ซอริสเซียน เป็นภาษากรีก ที่ไปได้ว่าเป็นไดโนเสาร์ที่ มีโครงสร้างกระดูกเชิงกรานตามบรรพบุรุษ

•ไดโนเสาร์สะโพกนก หรือว่า ออร์นิทิสเซียน เป็นไดโนเสาร์อีกอันดับหนึ่งส่วนใหญ่จะเดิน 4 ขาและกินพืชเป็นหลัก 

แม้ว่าในวงการวิทยาศาสตร์ในช่วงนั้นจะเห็นได้ว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์ยักษ์เชื่อช้า มีลักษณะที่โง่ขาน ไดโนเสาร์แต่มันก็กระตุ้นความน่าสนใจของสาธารณชนเป็นอย่างมากหลังจากการต่างประเทศ เมื่อในปี ค.ศ 1781 แล้วนั้นสหรัฐอเมริกา มีพยายามหาสิ่งที่เป็นตัวตนของความเป็นชาติขณะที่เมืองยุโรปในประวัติศาสตร์อันเกรียงไกร ของกรีกและโรมันแต่สหรัฐกับไม่มีอะไรที่ชัดเจนเลย ทำให้สหรัฐอเมริกาหันมาสนใจเรื่องของไดโนเสาร์และพยายามจะศึกษาขุดค้นซากฟอสซิล ของสัตว์จำพวกนี้เพื่อแสดงให้ชาวโลกรู้ว่าสหรัฐอเมริกาผู้พิทักษ์มรดกทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ 

ไดโนเสาร์

แม้ศาสตร์แห่ง ไดโนเสาร์จะเพิ่มมากขึ้น และพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ภาพของไดโนเสาร์ก็ยังเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นเลือดเย็น แต่มีการตอกย้ำที่ชัดเจนจากภาพวาดของบรรดาจิตรกรที่มีชื่อเสียง และทรงอิทธิพลที่สุด   จากอิทธิพลของไนด์ส่งผลดีกับการจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ในพิพิธภัณฑ์ทัวร์สหรัฐอเมริกา  และเผยแพร่ไปยังทั่วโลกได้นำเอากระดูกของไดโนเสาร์ที่ปรากฏเป็นตัว จัดวางอยู่ด้านหน้าภาพวาดของพวกเขาแล้วสมมุติ  เมื่อยามมีชีวิตหรือแม้แต่ภาพยนตร์ในช่วงนั้นก็สามารถมองเห็นภาพของไนด์ ได้นายแบบการสร้างไดโนเสาร์ที่ปรากฏในเรื่องเสมือนจริง  การค้นพบหลักฐานแห่งใหม่ได้เกิดขึ้นเรื่อย ๆไดโนเสาร์ รวมถึงได้มีการสนับสนุนถึงแนวคิดต่าง ๆ อย่างเช่น  การค้นพบซากกลางของไดโนเสาร์ของพวก ฮาโดรซอร์ ที่พวกมันสร้างรัง และวางไข่ไว้รวมทั้งมีการเลี้ยงลูกตัวอ่อนแบบเดียวกัน อย่างที่นกนั้นทำหรือว่าการขุดพบซากไดโนเสาร์หลากหลายชนิด  บนพื้นที่ที่มีหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สนับสนุนว่าเป็นพื้นที่ซึ่งมีอากาศหนาว ในยุคของดึกดำบรรพ์ นี่จึงแสดงว่าไดโนเสาร์ขนาดใหญ่อาศัยบอยู่ที่นั่น

จริง ๆ จึงเป็นสัตว์ค่อนข้างจะเลือดอุ่นมีอุณหภูมิร่างกายที่คง ที่สามารถที่จะอาศัยอยู่ในเขตอากาศหนาวได้

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่คลิก>>> o-tattoo

กระบวนการสังเคราะห์แสง ของพืชน่าเรียนรู้(Photosynthesis)

กระบวนการสังเคราะห์แสง   เป็นกระบวนทางเคมีที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งของ พืช   สาหร่าย  แบคทีเรีย   บางชนิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงพลังงานของตัวเองจากแสงอาทิตย์ ให้กลายเป็นพลังงานทางเคมีได้อย่างน่าทึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งหมด รวมแล้วแต่อาศัยจากพลังงานของการสังเคราะห์แสงเพื่อเจริญการเติบโต ทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ยังมีการผลิตออกซิเจนได้อีกด้วย 

โดยมีองค์ประกอบหลายๆองค์ประกอบพร้อมกับสัดส่วน และบรรยากาศออกซิเจนอยู่ในรูปสิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะเกิดการสังเคราะห์แสงได้ที่ เรียกว่าphototrophs โดยจะมีโมเลกุลที่มีความสามารถในการดึงดูดแสงเข้าไปอยู่ในพืชและสิ่งมีชีวิตนั้นก็ คือ  รงควัตถุ 

กระบวนการสังเคราะห์แสง

กระบวนการสังเคราะห์แสง ปัยจัยหลักในการสังเคราะห์แสง

กระบวนการสังเคราะห์แสง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการสังเคราะห์แสงด้วยตัวเอง คือ 

ความเข้มของแสง ที่มีอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆรวมถึงอุณหภูมิของแสงที่เข้มข้นขึ้น  ต่ออัตราการสังเคราะห์แสงแบบรวมกันนั่นก็คือถ้าอุณหภูมิขึ้นเพียงอย่างเดียว ความเข้มข้นของแสงจะน้อยทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงแรงเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องจนถึงขีดหนึ่งอัตราการสังเคราะห์แสงจะลดลง ถ้าไม่มีการคิดถึงปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องแล้วการสังเคราะห์แสงของพืชส่วนใหญ่ จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอุณหภูมิในช่วงของ 0-35 องศาเซลเซียส หรือ 0-40องศาเซลเซียส ทั้งนี้ทั้งนั้นจากกระบวนการสังเคราะห์แสง ได้ถูกปฏิกิริยาที่มีเอนไซม์เข้ามาควบคุม แนวเรื่องของความสัมพันธ์เกี่ยวกับอัตราส่วนในการสังเคราะห์แสงจะเรียกปฏิกิริยาทางเคมีมีความสัมพันธ์ กับอุณหภูมิว่าต้องมีปฏิกิริยาเทอร์โมเคมิคัล 

ออกซิเจน   ตามปกติของอากาศที่มีปริมาณของออกซิเจนยังมีการแบ่งได้หลายแบบ 

น้ำ เป็นวัตถุดิบที่จำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์แสงอย่างหนึ่ง ที่มีการต้องการประมาณร้อยละ 1 กระบวนการสังเคราะห์แสงเพียงเท่านั้นจึงไม่มีความสำคัญมากนะน้ำจะอยู่ในเซลล์ อย่างเพียงพอรวมถึงอิทธิพลของน้ำจะส่งผลกระทบต่อการสังเคราะห์แสงทางอ้อมนั่นก็ คือ การกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ให้ดีขึ้นรวมถึงการมีหลายชนิด  เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซออกซิเจน 

อายุของใบ จะต้องไม่แก่หรืออ่อนมากเกินไปทั้งนี้ทั้งนั้นใบอ่อนคลอโรฟิลล์ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ส่วนไว้ที่แก่มาก ๆ คลอโรฟิลล์นั้นจะสลายตัวออกไปในจำนวนมาก 

อุณหภูมิ เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการสังเคราะห์แสงของพืชโดยทั่วไปอัตราการสังเคราะห์แสง จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออุณหภูมิสูงถึง10-35 จะมีอัตราการสังเคราะห์แสงลดต่ำลง ตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะเอนไซม์ที่ทำงานได้ดีช่วงเวลาภูมิที่พอเหมาะถ้าสูงถึง 40 องศาเซลเซียส จะเสื่อมสภาพในการทำงานของเอนไซม์ชะงักลง

การสังเคราะห์แสงมีความสำคัญอย่างไร ที่เรารู้นั่นก็ คือ พืช 

มีบทบาทที่สำคัญต่อสิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดรวมทั้งมนุษย์เองที่ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต โดยมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานทางเคมีสารอาหารที่เราเก็บไว้ในเนื้อเยื่อ  ได้แก่  โปรตีน  คาร์บอนไดออกไซด์ และไขมัน เป็นต้น พลังงานเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดไปยังสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดนั่นก็

 กระบวนการสังเคราะห์แสงคือ ผู้บริโภคที่ทำให้เกิดการถ่ายทอดทางพลังงาน และระบบนิเวศต่าง ๆ ของโลกนอกจากจะมีการสังเคราะห์ด้วยแสงที่จะให้พืชได้มาผลิต เป็นอาหารแล้วยังได้แก๊สออกซิเจน และไอน้ำที่ถูกปล่อยออกมาสู่ใบเป็นอากาศส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในน้ำก็ยังปล่อยออกซิเจนสู่แหล่งน้ำ และสัตว์น้ำทั้งบนบกได้นำออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการหายใจ กับระบบเผาผลาญอีกด้วย

กระบวนการสังเคราะห์แสง

การสังเคราะห์แสงของพืชเป็นสารชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นเองไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเป็นแป้งหรือสารประกอบหรืออื่น ๆ กระบวนการสร้างน้ำตาลของพืชที่เราสามารถเรียกกันว่า กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่มีปัจจัยหลายอย่างในกระบวนการนี้นั่นก็ คือ

•คลอโรฟิลล์เป็นออร์แกเนลล์ที่พบในพืช

•ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่งจะรับเข้าไปทางปากในเวลากลางวันเพื่อตั้งสารตั้งต้นในการผลิตน้ำตาล

•แสงคลอโรฟิลล์ สมศักดิ์พลังงานแสงเข้าไปในใบพืชทำให้กระตุ้นเกิดปฏิกิริยาการสังเคราะห์แสง

•รากจะดูดซึมเข้าไปลำเลียงโดยผ่านท่อลำเลียงที่มีในรากจนถึงใบ

ความสำคัญยังไม่ได้มีแค่นี้ที่เกิดการสังเคราะห์แสง ยังมีความสำคัญอื่น ๆกระบวนการสังเคราะห์แสง   ที่เราจะต้องการจากพืชด้วยการสังเคราะห์แสงแล้วนำมาประกอบอาหารอย่างเช่นเราปลูกผักทำให้พืชผักเจริญเติบโต รวมถึงต่อยอดในด้านธุรกิจได้อีกด้วย

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  คลิก>>> o-tattoo

เกร็ดความรู้ สัตว์สะเทินน้ำสะท้อนบก

เกร็ดความรู้ สัตว์สะเทือนน้ำสะเทือนบกจึงเรียกกันทั่วไปว่าสัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก ที่เราต่างเคยกันตั้งแต่ก่อนสัตว์พวกนี้อาศัยอยู่ใต้น้ำ ทั้งบนบกมี ลักษณะ 2 อย่างนั้นก็คือ มีผิวหนังที่เปียกลื่นอยู่อย่างสม่ำเสมอไม่มีเกล็ดหรือว่าขนหายใจทางเหงือกปอดผิวหนัง   และผิวหนังที่มีต่อมเหงื่อทำให้ผิวชุ่มชื่นตลอดเวลา  ความพิเศษของสัตว์สะเทือนน้ำสะเทือนบกนี้อยู่ที่การแลกเปลี่ยนอากาศออกซิเจน 

เนื่องจากมีโครงสร้างของหลอดเลือดฝอยที่มีจำนวนมากเพื่อใช้ในการหายใจรวมถึงการผสมพันธุ์ สัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์กินกับปลาอาหารที่กินสัตว์เป็นตัวหนอนแมลงตัวเล็กใช้ลิ้นในการวัดเข้าไปเกร็ดความรู้ ที่อาศัยอยู่ใต้น้ำและริมแม่น้ำถึงสามารถอยู่ใต้น้ำได้ในเวลาที่นาน ได้แก่ เขียด อึ่งอ่าง กบ  จะมีลักษณะโครงสร้างที่คล้ายๆกัน  ดูลักษณะสำคัญจะมีผิวหนังทิ้งเรียบไม่มีเกล็ดตัวนั้นตลอดเวลา เพราะมีต่อมเหงื่อที่สร้างเมื่อคอยขับเคลื่อนตรงใต้ผิวหนัง  

เกร็ดความรู้

เกร็ดความรู้ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

เกร็ดความรู้การเจริญเติบโตนอกจากการหายใจทางปอดแล้วยังสามารถแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน ทางผิวหนังที่บาง ทำให้สามารถอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานทั้งฤดูร้อน และฤดูหนาว  สัตว์พวกมีระบบความแห้งและขาดแคลนโดยการขุดรูหรือว่าฝังตัวเองไว้ใต้ดินเรียกว่าการ

จำศีล ในช่วงที่จำสิ่งนี้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจะไม่กินอาหารเลย จะมีการเก็บสะสมอาหารไว้ในร่างกายอย่างช้า ๆ เพื่อรอฤดูของฝนที่จะออกมากินอาหารได้อย่างปกติ

การสืบพันธุ์ของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเมื่อถึงอายุ 2-3 ปี จะออกลูกอยู่ในน้ำไม่มีเมือกวางไข่เป็นกลุ่มที่มีสารหรือที่เราเห็นว่าเป็นหุ้นตัวอ่อนที่มีรูปร่างคล้าย ๆ กับมาเรียกได้ว่าเป็นลูกอ๊อด การหายใจด้วยเหงือกเมื่อเติบโตเต็มที่แล้วหัวจะทำงานได้หายใจทางออกได้เองเกร็ดความรู้แต่ต้องอาศัยอยู่ใต้น้ำ ส่วนใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างทั้งภายนอกและภายในอย่างสิ้นเชิง   ตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในน้ำหายใจด้วยเหงือก เมื่อศัตรูขึ้นจะเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองที่อยู่ในระบบหายใจด้วยเหงือก และผิวหนัง    

วิวัฒนาการเป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังจำพวกแรกที่อาศัยอยู่ในน้ำนานมากที่สุดตั้งแต่ยุคปลายดีโวเนียน โดยประมาณ 406 ล้านปี  

Caudata หรือว่า  อันดับซาลาแมนเดอร์และนิวต์    เป็นอันดับของสัตว์สะเทือนน้ำสะเทือนบกอันดับที่ 1 ที่มีโครงสร้างคล้ายกันกับ

จิ้งจกเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เรามักพบเห็นโดยทั่วไปในภาษาไทยเรียกว่าจิ้งจกน้ำหรือว่า จั๊กกิ้มน้ำ เกร็ดความรู้ เมื่อเป็นตัวเต็มวัยแล้วจะมีหางงอกออกมาในขณะที่เป็นตัวอ่อนนั้นรูปร่าง จะไม่ได้ต่างกันกับตัวที่เตรียมไว้สักเท่าไหร่ยกเว้นแต่หาง  สภาพของผู้และหนวดมีความแตกต่างกันออกไป รวมถึงสภาพแวดล้อมทำให้มีรูปร่างและวิวัฒนาการไปตามสภาพอากาศ  

Gymnophiona อันดับเขียดงู เป็นรูปร่างที่คล้ายกันกับมากแต่ว่าเป็นงูที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานเพราะมีลำตัวที่ยาวเรียว ไม่มีเกล็ดปลามีขนาดเล็กมากส่วนใหญ่มักพบเห็น และเข้าใจผิดว่าเป็นงูหรือว่าสัตว์เลื้อยคลานสามารถพบได้ทั่วโลกขนาดจำนวนของวงกระดูกสันหลัง บางชนิดอาจมีบางจำนวน 2 ปร้อง หรือว่า 3 ปร้อง รอบต่อกระดูกสันหลังและมีปร้องเดียวก็ได้  เก็บประกอบไปด้วย Collagen ชั้นที่ฟังเรียงซ้อนกันเป็นเกล็ดส่วนลึก ของปร้องลำตัวจะตามปฐมภูมิ

Anura หือ อันดับกบ เป็นสัตว์สะเทือนน้ำสะเทือนบก ที่เราต่างรู้จักกันดี  รวมถึง คางคก อึ่ง  รูปร่างดวงจะมี 4 ขา หนังขาเขานั้นใหญ่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เป็นอย่างมากกระโดดได้ในระยะไกลโดยมุมที่กระโดดมีความสูงที่สุดนั่นก็คือ 90 องศาเกร็ดความรู้ แต่จะมีการกระโดดในพื้นที่ราบเท่านั้นเมื่อทำมุม 45 องศา อัตราของการเร่งและการหดตัวของกล้ามเนื้อระหว่างนิ้วมีพังผืดเชื่อมติดกัน เป็นสัตว์ที่ไม่มีคอ และวางไข่ในน้ำ สัตว์จำพวกนี้จะมีต่อมระหว่างคอใช้ส่งเสียงร้องได้เรียกความสนใจจากตัวเมียเพื่อเข้ามาผสมพันธุ์ และวางไข่ในน้ำลักษณะของไข่ที่วางนั้นจะติดกันเป็นพวงเหมือนเมล็ดแมงลัก

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>> o-tattoo

การออกกำลังกาย อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

การออกกำลังกาย คือ การทำกิจกรรมที่ได้ออกแรงหรือเคลื่อนไหวร่างกายซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ โดยช่วยจัดระเบียบร่างกายและควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ความทนทาน ความแข็งแรง การทรงตัว และความยืดหยุ่น

          ความยืดหยุ่น – ช่วยให้ยืดตัว เอี้ยวตัว หรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายขึ้น

          การทรงตัว – ช่วยให้ทรงตัว รวมทั้งเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่ให้หกล้มได้ง่าย

           ความทนทาน – ช่วยให้หัวใจแข็งแรง เพื่อร่างกายจะได้ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และไม่ทำให้เหนื่อยง่ายเมื่อเราทำกิจกรรมหนัก ๆ

          ความแข็งแรง – ช่วยให้แบกของหนักหรือ  ออกแรง รวมทั้งทำกิจกรรมต่าง ๆ  ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

•	การออกกำลังกาย

ประเภทของ การออกกำลังกาย มีอะไรบ้าง

การออกกำลังกาย มีหลายรูปแบบ ผู้คนมักจะเลือกการออกกำลังกายเฉพาะในสิ่งที่ตนเองนั้นถนัดหรือสนใจ  อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายให้ครบทุกรูปแบบจะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายทุกด้านให้ดีขึ้น โดยการออกกำลังกายแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ  ได้แก่ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก การออกกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายเสริมการทรงตัว

  • การออกกำลังแบบฝึกกล้ามเนื้อ ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามอายุที่มากขึ้น การออกำลังฝึกกล้ามเนื้อจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่สูบเสียไปได้ โดยสามารถใช้อุปกรณ์สำหรับการฝึกกล้ามเนื้อ ยางยืดสำหรับการออกำลังกาย หรือของใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านมาประยุกต์สำหรับฝึกกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ ควรบริหารกล้ามเนื้อมัดใหญ่สัปดาห์ละ 2 วันหรือมากกว่านั้น และฝึกกล้ามเนื้อครั้งละประมาณ 30 นาที โดยห้ามฝึกกล้ามเนื้อกลุ่มเดียวกันติดกัน 2 วัน การออกกำลังกายชนิดนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น กระตุ้นการเจริญเติมโตของกระดูก ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยจัดท่าทางร่างกายและการทรงตัว รวมทั้งลดอาการตึงหรือปวดบริเวณหลังส่วนล่างและข้อต่อ
  • การออกกำลังกายแบบแอโรบิก การออกกำลังกายประเภทนี้ถือว่าสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย โดยช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจนั้นดีขึ้น ช่วยขยายผนังหลอดเลือด ลดความดันโลหิต  เผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ และเพิ่มระดับไขมันดี ทั้งนี้ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกควบคู่กับการลดน้ำหนักยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควรทำกิจกรรมต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 150 นาที เช่น  เดินเร็ว ว่ายน้ำ จ็อกกิ้ง  ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมเข้าจังหวะ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังแบบแอโรบิกควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ควรหักโหมจนเกินไป อีกทั้งควรแต่งตัวให้เมาะสมกับสภาพอากาศในกรณีที่ออกกำลังกลางแจ้ง และไม่ออกในที่ที่อากาศหนาวเกินไป เนื่องจากจะทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงในกรณีอากาศหนาวจัด
  • การออกกำลังกายเสริมการทรงตัว ผู้ที่มีอายุมากขึ้นจะสูญเสียระบบที่ช่วยเรื่องของกาทรงตัวของร่างกาย  ได้แก่ การมองเห็น หูชั้นใน หรือกล้ามเนื้อขาและข้อต่อ การออกกำลังเสริมการทรงตัวจะช่วยให้ร่างกายทรงตัวได้ดีขึ้น อีกทั้งยังป้องกันการหกล้ม โดยทั่วไปแล้ว การออกกำลังชนิดนี้ทำได้บ่อยตามที่เราต้องการ เนื่องจากการออกกำลังเสริมการทรงตัวบางท่าก็รวมอยู่ในการฝึกกล้ามเนื้อร่างกายส่วนล่างบางท่าด้วย ทั้งนี้ การออกกำลังเสริมการทรงตัวสามารถฝึกเองได้
  • การยืดกล้ามเนื้อหรือการยืดเส้น เมื่ออายุมากขึ้น อาจทำให้สูญเสียความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้อเป็นตะคริว กล้ามเนื้อถูกทำลาย ตึงกล้ามเนื้อ ปวดข้อต่อ หรือ หกล้มได้ การยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำจะช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ดี และลดอาการปวดหรือเสี่ยงที่จะได้รับการบาดเจ็บน้อยลง การยืดเส้นควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยยืดเส้นกล้ามเนื้อช้า พยายามยืดให้ได้มากที่สุด ค้างไว้ 10-30 วินาที แล้วค่อยผ่อน  หายใจ  และทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ควรอบอุ่นร่างกายยืดเส้นก่อน เพื่อให้เลือดและออกซิเจนไหวเวียนไปที่กล้ามเนื้อ

สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การออกกำลังกาย พร้อมกับสาระดี ๆ และมีประโยชน์ แบบนี้ได้ที่ >> o-tattoo