การออกกำลังกาย อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

การออกกำลังกาย คือ การทำกิจกรรมที่ได้ออกแรงหรือเคลื่อนไหวร่างกายซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ โดยช่วยจัดระเบียบร่างกายและควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ความทนทาน ความแข็งแรง การทรงตัว และความยืดหยุ่น

          ความยืดหยุ่น – ช่วยให้ยืดตัว เอี้ยวตัว หรือเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายขึ้น

          การทรงตัว – ช่วยให้ทรงตัว รวมทั้งเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่ให้หกล้มได้ง่าย

           ความทนทาน – ช่วยให้หัวใจแข็งแรง เพื่อร่างกายจะได้ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และไม่ทำให้เหนื่อยง่ายเมื่อเราทำกิจกรรมหนัก ๆ

          ความแข็งแรง – ช่วยให้แบกของหนักหรือ  ออกแรง รวมทั้งทำกิจกรรมต่าง ๆ  ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

•	การออกกำลังกาย

ประเภทของ การออกกำลังกาย มีอะไรบ้าง

การออกกำลังกาย มีหลายรูปแบบ ผู้คนมักจะเลือกการออกกำลังกายเฉพาะในสิ่งที่ตนเองนั้นถนัดหรือสนใจ  อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายให้ครบทุกรูปแบบจะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายทุกด้านให้ดีขึ้น โดยการออกกำลังกายแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ  ได้แก่ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก การออกกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายเสริมการทรงตัว

  • การออกกำลังแบบฝึกกล้ามเนื้อ ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามอายุที่มากขึ้น การออกำลังฝึกกล้ามเนื้อจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่สูบเสียไปได้ โดยสามารถใช้อุปกรณ์สำหรับการฝึกกล้ามเนื้อ ยางยืดสำหรับการออกำลังกาย หรือของใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านมาประยุกต์สำหรับฝึกกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ ควรบริหารกล้ามเนื้อมัดใหญ่สัปดาห์ละ 2 วันหรือมากกว่านั้น และฝึกกล้ามเนื้อครั้งละประมาณ 30 นาที โดยห้ามฝึกกล้ามเนื้อกลุ่มเดียวกันติดกัน 2 วัน การออกกำลังกายชนิดนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น กระตุ้นการเจริญเติมโตของกระดูก ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยจัดท่าทางร่างกายและการทรงตัว รวมทั้งลดอาการตึงหรือปวดบริเวณหลังส่วนล่างและข้อต่อ
  • การออกกำลังกายแบบแอโรบิก การออกกำลังกายประเภทนี้ถือว่าสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย โดยช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจนั้นดีขึ้น ช่วยขยายผนังหลอดเลือด ลดความดันโลหิต  เผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ และเพิ่มระดับไขมันดี ทั้งนี้ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกควบคู่กับการลดน้ำหนักยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควรทำกิจกรรมต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 150 นาที เช่น  เดินเร็ว ว่ายน้ำ จ็อกกิ้ง  ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมเข้าจังหวะ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังแบบแอโรบิกควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ควรหักโหมจนเกินไป อีกทั้งควรแต่งตัวให้เมาะสมกับสภาพอากาศในกรณีที่ออกกำลังกลางแจ้ง และไม่ออกในที่ที่อากาศหนาวเกินไป เนื่องจากจะทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงในกรณีอากาศหนาวจัด
  • การออกกำลังกายเสริมการทรงตัว ผู้ที่มีอายุมากขึ้นจะสูญเสียระบบที่ช่วยเรื่องของกาทรงตัวของร่างกาย  ได้แก่ การมองเห็น หูชั้นใน หรือกล้ามเนื้อขาและข้อต่อ การออกกำลังเสริมการทรงตัวจะช่วยให้ร่างกายทรงตัวได้ดีขึ้น อีกทั้งยังป้องกันการหกล้ม โดยทั่วไปแล้ว การออกกำลังชนิดนี้ทำได้บ่อยตามที่เราต้องการ เนื่องจากการออกกำลังเสริมการทรงตัวบางท่าก็รวมอยู่ในการฝึกกล้ามเนื้อร่างกายส่วนล่างบางท่าด้วย ทั้งนี้ การออกกำลังเสริมการทรงตัวสามารถฝึกเองได้
  • การยืดกล้ามเนื้อหรือการยืดเส้น เมื่ออายุมากขึ้น อาจทำให้สูญเสียความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้อเป็นตะคริว กล้ามเนื้อถูกทำลาย ตึงกล้ามเนื้อ ปวดข้อต่อ หรือ หกล้มได้ การยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำจะช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ดี และลดอาการปวดหรือเสี่ยงที่จะได้รับการบาดเจ็บน้อยลง การยืดเส้นควรทำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โดยยืดเส้นกล้ามเนื้อช้า พยายามยืดให้ได้มากที่สุด ค้างไว้ 10-30 วินาที แล้วค่อยผ่อน  หายใจ  และทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ควรอบอุ่นร่างกายยืดเส้นก่อน เพื่อให้เลือดและออกซิเจนไหวเวียนไปที่กล้ามเนื้อ

สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การออกกำลังกาย พร้อมกับสาระดี ๆ และมีประโยชน์ แบบนี้ได้ที่ >> o-tattoo