สาระน่ารู้ ตะพาบน้ำ (Mud turtle) หลายๆ คนสงสัย คืออะไร?

ตะพาบน้ำ(Mud turtle) สาระน่ารู้ เป็นสัตว์เลื้อยคลานจำพวกหนึ่งที่อยู่ในสกุลของTrionychidae จะมีลักษณะคล้ายๆกับเต่าน้ำจืดแตกต่างกันตรงกระดองข้างบน และกระดองด้านล่างเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกเป็นแผ่นใหญ่ ๆ มีแค่หนังหุ้มแทนเท่านั้นมีนิ้วที่ยาวตีนข้างมีแผ่นพังผืด ค่อนข้างข้างจะกว้างใช้สำหรับการคุยน้ำ และมีเล็บเพียง 2-3 เล็บเท่านั้น อยู่ใต้กระดองได้มีชีวิตแต่สามารถที่จะยื่นออกมาและยาวจนน่าตกใจ เมื่อจะงับหรือว่าล่าเหยื่อและการศัตรูตะพาบน้ำทุกชนิดนี้เป็นสัตว์น้ำจืดมักพบอยู่ตาม ห้วย บึง หนอง และลำคลองต่าง ๆ สภาพสามารถที่จะขุดรูเป็นโพรง ใช้สำหรับที่อยู่อาศัยและมีการยืดคอออกมาหายใจเหนือผิวน้ำ หรือ ยืดคอออกไปเขมือบกุ้งปลาที่ว่ายผ่านด้วยตัวนั้นไม่ต้องออกจากโพรง หรือเมื่อน้ำในหนองบึงนั้นแห้งแล้งสภาพน้ำจะทำโครงอยู่ใต้ดินได้นานมาก ๆ 

เหมือนกันกับกบในเวลา

จำศีลจนกระทั่งมีฝนตกจึงจะออกมาจากโพรง และเริ่มหาสัตว์น้ำต่าง ๆกินเป็นอาหารตะพาบนั้นอาหารของตะพาบน้ำนั้นก็ คือ กุ้งและปลาสด ๆ เล็ก ๆ ในแม่น้ำและเนื้อที่เน่าเปื่อยสามารถที่จะว่ายไปหากินได้ที่ไกล 

สาระน่ารู้

สาระน่ารู้ การจำแนกชนิดของตะพาบน้ำ

ในการใช้มือจับสภาพนั้น สาระน่ารู้ จะใช้มือจับเฉพาะตรงที่ขอบกระดองตรงหน้า หรือว่าโคนขาหลังหากจับถูกตำแหน่งจะไม่ทำให้คอของสภาพนั้นยื่นออกมา และแว้งกัดมือของเราได้ดูเราจะแบ่งสภาพน้ำที่พบในประเทศไทยนี้ก็จะมีประมาณ 5 ชนิด 

1.ตะพาบน้ำหัวทู่  กระดองด้านบนและด้านข้างแบน ขอบกระดองนั้นอ่อนนิ่มขอบด้านหน้าของกระดองแบนเรียบ เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดใหญ่และกระดองอาจยาวได้ถึง 120 cm จมูกจะสั้นหัวค่อนข้างที่จะเบนและเล็กเมื่อเทียบกับลำตัว มีความยาวของกะโหลกใกล้เคียงกับความกว้างของปากไม่แหลมมากนัก ขาสั้นตีนกว้างกระดองหลังเป็นสีเขียวขี้ม้าอมเทามีรูขุมเล็ก โดยทั่วไปและมีจุดเหลืองกระจายอยู่ทั่วรอบตัวกระดองด้านล่างสีเขียวส่วนมาก มักพบอยู่ในทางใต้ของประเทศไทยและเนื่องจากพบในประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชาฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อีกด้วยเช่นกัน 

2.ตะพาบน้ำธรรมดา ชนิดกระดองจะเป็นกระด้งด้านบนค่อนข้างเป็นขอบด้านล่างอ่อนนิ่ม เมื่อโตเต็มที่แล้วกระดองอาจจะยาวได้ถึง 75 cm ขอบด้านหน้าของกระดอง จะเป็นปุ่มค่อนข้างจะขรุขระกระโดงด้านล่างไม่มีชีวิตที่โดดเด่นปากค่อนข้างแหลม หนังหลังเป็นริ้วเล็ก ๆนูนขึ้นมาทั่วทั้งหลังตัวอ่อนมีสีเขียวขี้ม้าแกมเทา บางตัวมีจุดเหลืองหรือว่าจุดดำ ๆ ขอบเหลืองมีหัวจุดเหลืองเป็นจุดใหญ่ ทางด้านข้างตัวจุดเหลืองด้านบนมักจะหายไป 

3.ตะพาบน้ำหลังยาว กระดองนั้นจะค่อนข้างแบนยาวขอบสองข้างค่อนข้างที่จะขนานกันสีเขียวหม่นแกมน้ำตาล กลุ่มอย่างตะพาบน้ำชนิดอื่น ๆ สาระน่ารู้ขอบกระดองนั้นอ่อนนิ่มด้านหน้าของกระดองข้างบนนั้นจะเรียบ เมื่อโตเต็มที่แล้วกระดองด้านบนจะยาวถึง 26 cm หัวค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับรังตัวปากนะจะแหลมกระดุมด้านล่าง ไม่มีจุดสีดำที่เด่นชัดที่ข้างคอ และแก้มมีสีแดงเรื่อ ๆ เมื่อพบได้ตามแหล่งน้ำลำธารด้านบนที่สูงของภาคตะวันออกตก และภาคใต้ของประเทศไทย 

4.ตะพาบไต้หวัน    เป็นกระดองด้านบนแบนกระดองจะเดินแวะโอนนิ้วขอบด้านหน้าของกระดองแบนเรียบ เมื่อโตเต็มที่แล้วก็ดอกมันจะยาวประมาณ 25 เซนติเมตร กระดองด้านบนจะมีสีเป็นเขียวขี้ม้าหรือว่าสีน้ำตาลกระดูกงอกจะมีจุดสีดำที่เด่นชัด และสีส้มในระยะที่อ่อนกว่าวัยเจริญพันธุ์   

5.ตะพาบน้ำลายกระรัง กระดองด้านบนค่อยข้างที่จะแบน ขอบตัวกระดองนั้นอ่อนนิ่มมาก  ความยาวกระดองอยู่ที่ 122 เซนติเมตร เป็นอีกชนิดหนึ่งที่มีตัวใหญ่ที่สุดสาระน่ารู้ จมูกสั้นหัวค่อนข้างจะแบนเล็ก

6.ตะพาบหับ เป็นตะพาบที่ถูกพบขึ้นมาใหม่และมีขนาดเล็กที่สุดในไทย เมื่อโตเต็มที่แล้วความยาวของกระดองจะอยู่ที่ 16 เซนติเมตร สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> iranicom

Marxism (ลัทธิมากซ์)มาไขข้อสงสัยกันคืออะไร?

ลัทธิมากซ์  Marxism หรือมักใช้เป็นคำทับศัพท์ของเอกคำนั้นก็คือมาร์กซิสต์ ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์ทางสังคม และเศรษฐกิจมีการวิพากษ์ทุนนิยม(เป็นระบบเศรษฐกิจซึ่งเจ้าของและเอกชนผู้ควบคุมการค้าอุตสาหกรรมและวิธีการผลิตต่าง ๆ โดยจะมีกฎหมายเพื่อการทำกำไรในเศรษฐกิจแบบตลาดคุณลักษณะสำคัญ ของทุนนิยมได้แก่การสะสมทุนตลาดการแข่งขัน และการค้าทางแรงงานในเศรษฐกิจทัศน์ และการขูดรีด)  การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นและความขัดแย้งทางสังคม โดยมีการตีความพัฒนาและการพัฒนาในแบบวัสดุนิยมและทัศนีย์วิภาษวิธีและ การแปลงทางสังคม(เป็นวิธีการถกเถียงเพื่อระงับความไม่ลงรอยซึ่งจะอยู่กลางปรัชญายุโรป และอินเดียมาแต่สมัยโบราณเป็นต้นกำเนิดของกรีกโบราณ และเพตโตโดยทำให้เผยแพร่ในบทสนทนาในโสเครตีส)  ตามทฤษฎีของลัทธิมากซ์มีความขัดแย้งกันระหว่างชนชั้นในทางสังคมทุนนิยมอันเนื่อง มาจากความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ทางวัตถุและกรรมาชีพ Marxism ที่ถูกกดขี่ใช้แรงงานเอาค่าจ้างที่ชนชั้นกับภูมิที่จ้าง เพื่อการผลิตสินค้าและการบริการซึ่งชนชั้นกระฏมพี(เป็นชนชั้นทางสังคมกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ในชนชั้นกลาง หรือชนชั้นพ่อค้าวาณิชได้สถานะทางสังคม หรือว่าอำนาจมาจากหน้าที่การงานการศึกษาและความมั่งมีเป็นชนชั้นที่มีฐานะ จากการค้าขายหรืองานช่างฝีมือ) เป็นการปกครองที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต และความมั่นคงและการจัดสรรผลิตสัมพันธ์ส่วนเกิน หรือว่ากำไรที่ผลิตขึ้นมา จากการต่อสู้ระหว่างชนชั้นนี้มักแสดงออกได้ เป็นกบฏต่อการผลิตกำลังทางสังคมต่อสัมพันธ์ 

Marxism

Marxism การแบ่งแยกชนชั้นตามรูปแบบการค้า

การผลิตของทางสังคมอีกด้วยส่งผลให้เกิดวิกฤตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว Marxism เมื่อชนชั้นนี้กับภูมิพีประสบความลำบากในการจัดการ ความแปลกแยกของแรงงานที่ทวีคูณความรุนแรงขึ้นของชลกรรมาชีพไม่ว่าจะมีความสำนึกเรื่องชนชั้น ระดับน้อยแต่ในวิกฤตนี้ลงเอยด้วยการปฏิวัติของชนกรรมาชีพและ การสถาปนาสังคมนิยม(ระบบทางสังคมและเศรษฐกิจซึ่งมีลักษณะนะก็ คือสังคมเป็นเจ้าของปัจจัยของการผลิต และจัดการเศรษฐกิจในแบบร่วมมือตลอดจนทฤษฎีและกระบวนการเมืองซึ่งมุ่งสถาปนาระบบดังกล่าวให้เป็นสังคมเป็นเจ้าของอาจหมายถึง การประกอบสหกรณ์และการเป็นเจ้าของร่วมรัฐเป็นเจ้าของ และพลเมืองเป็นเจ้าของเสมอภาค)ในที่สุดซึ่งในระบบทางสังคม และเศรษฐกิจที่ถูกยึดทางสังคมเจ้าของปัจจัยการผลิตและการกระจายแต่ละคนตามการมีส่วนร่วม และการผลิตที่จะจัดระเบียบ 

Marxism โดยตรงสำหรับการใช้เมื่อกำลังการผลิตก้าวหน้าขึ้นให้ตั้งสมมติฐานว่าสังคมนิยมสุดท้ายจะแปลงเป็นสังคมคอมมิวนิสต์และหมายถึงสังคมไร้ชนชั้นและไร้รัฐ แม้จะมีมนุษยธรรมที่จะยึดกรรมสิทธิ์ร่วมและหลักการพื้นเดิมแต่ละคน ตามความสามารถให้แต่ละคนให้ตรงตามความต้องการได้  ในการกำหนดเป้าหมายการเมืองและสังคมนิยมเคยเป็นทั้งชาติ และนิยมนานาชาตินิยมสร้างผ่านพรรคการเมืองและการเมืองที่ต่อต้านพรรคการเมืองได้บางครั้ง ที่ซับซ้อนสภาพทางการค้าและบางครั้งในอิสระภาพมีความสำคัญของ ประเทศอุตสาหกรรมและประเทศที่กำลังจะพัฒนา เริ่มการเคลื่อนไหวทางสังคมนิยมและก็คือประชาธิปไตยนิยมนำสู่เศรษฐกิจ 

กฎที่ควบคุมพฤติกรรมในอนาคตด้วย สำหรับมุมมองของมากซ์ในเรื่องดังกล่าวจึงสามารถสรุปคร่าว ๆ ได้นั้นก็ คือ

รากฐานของประวัติศาสตร์คือการต่อสู้ระหว่างชนชั้น 

เศรษฐกิจเป็นรากฐานของปรากฏการณ์ในสังคม

ในแบบผสมผสานร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของการตลาดที่มีการแทรกแซงของรัฐในรูปแบบของการกระจายรายได้ทางกฎระเบียบและรัฐสวัสดิการ(มโนทัศน์และการปกครองซึ่งรัฐนั้นมีบทบาท Marxism ในการคุ้มครองและส่งเสริมความอยู่ในที่ดีอยู่ในเศรษฐกิจ และสังคมพลเมืองโดยอาศัยหลักความเสมอภาคของโอกาส และการกระทำความมั่นคงความชอบธรรมความรับผิดชอบต่อสาธารณะแก่ผู้ที่ไม่สามารถจัดตั้งขั้นต่ำสำหรับชีวิตได้ดีได้)ประชาธิปไตยเศรษฐกิจเสนอให้มี รูปแบบลักษณะทางสังคมนิยมในทางการตลาดซึ่งจะมี การควบคุมการกระจายอำนาจของ บริษัท สกุลเงิน การลงทุน รวมถึงทรัพยากรทางธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิม 

สามาติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> iranicom

ซีรี่ย์เกาหลี Vincenzo มาเฟียอิตาลี

ซีรี่ย์เกาหลี   เป็นซีรีย์ที่น่าดูอีกเรื่องที่จะเล่าเรื่องราวของ Vincenzo Cassano เป็นทนายความและเป็นที่ปรึกษาของมาเฟียที่เดินทางมาจากอิตาลี ไปยังเกาหลีหลังจะมีการขัดแย้งขององค์กรการกลับมาของเขาทำให้เขาและได้พบกับทนายความ  ฮงชายอง  ซึ่งเป็นทนายความที่ทำทุกอย่างเพื่อชนะคดี และพวกเขาได้มารวมตัวกันสร้างความชอบธรรมให้กับเหล่าวายร้าย ซึ่งในซีรีย์เรื่องนี้จะเสนอเรื่องราวของฮีโร่ในด้านมืดที่กำลังตามจับคนร้ายที่อยู่ในกฎหมายไม่ได้ เมื่อตอนเขาอายุ 8 ขวบได้ถูกส่งตัวไปอยู่ที่อิตาลี หลังจากนั้นเขาได้รับอุปการะจากครอบครัวที่ร่ำรวย โดยเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเขาได้เติบโตและกลายเป็นตัวตนใหม่ที่มีชื่อว่าวินเซนโช่คาสโน จนเขาไที่นี่แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มของมาเฟีย ในพื้นที่ที่เขาจึงตัดสินใจกลับมายังเกาหลีอีกครั้ง และเพื่อค้นหาทองคำแท่งที่ถูกซ่อนไว้อยู่ใต้ห้างแห่งหนึ่งในเกาหลี ซีรี่ย์เกาหลี    ใจกลางกรุงโซลแต่เขาได้ใช้ทักษะทางกฎหมายที่มีติดตัวมาเริ่มแสดงศักยภาพ ในความยุติธรรมของที่นี่กับคืนมาทำให้ได้มีการเพาะพันธุ์และรู้จักกับนักกฎหมายสาวผู้หญิง  เป็นคนประเภทที่ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้คดีตัวเองแล้วชนะด้วยออกมาได้ดีที่สุด   ภาคหลังแล้วห้างแห่งหนึ่งของกลุ่มกาพลาซ่าได้ตกอยู่ในมือของ บาเบล Group ที่ใช้วิธีสกปรกประกาศตัวเป็นปรปักษ์ระเบิดศึก การขึ้นอีกครั้งภายใต้การงานข้อด้วยกฎหมาย  แต่เขานั้นหวังเรื่องนี้จะจบลงโดยเร็วพร้อมแผนการเบ็ดเสร็จครั้งสุดท้ายจะเอาทองกลับขึ้นมาให้ได้รวดเร็วที่สุดและเขาจะมีจากไปที่เม็กซิกัน ซีรี่ย์เกาหลี    ดูในเวลาต่อมามีทนายคู่หูชื่อว่า ฮงยูชาน เป็นพ่อของฮงชายอง แนวร่วมก่อนไขปริศนาเพื่อที่จะเปิดโปงความจริงของบาเบล แล้วทำยังไงก็ไม่สำเร็จและยังทำการปกปิดและซ่อนเอาไว้อยู่แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสากลของเกาหลีได้เข้ามาสืบแกะร่องรอยตามพิกัดพิชิตตัวของวินเซนโช่ แต่ดูท่าดีผมก็แอบสงสัยอยู่ว่าทำไมมาเฟียอิตาลีถึงมาทำอะไรอยู่ที่กึมกาพลาซ่าห้างเก่าๆ 

ซีรี่ย์เกาหลี

ซีรี่ย์เกาหลี น่าติดตาม   

เมื่อมีการต่อสู้กันด้วยกฎหมายทนายผู้เป็นคู่หูจึง ถึงจุดจบของชีวิตที่มีแผนการของอีกฝ่ายหนึ่งรอบข้างสังหาร ซีรี่ย์เกาหลี    โดยใช้รถบรรทุกรอบชนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งขณะรับประทานอาหารจึงทำให้ทนายสาวจึงเกิดความเปลี่ยนใจขึ้นเมืองสู้ให้กับพ่ออีกครั้งหนึ่ง ของฝ่ายตรงข้ามที่จะเป็นศัตรูหรือเรียกง่าย ๆ ว่าประกาศเป็นศัตรูของบาเบลเพื่อหาความยุติธรรมกลับคืนมาสงครามเริ่มขึ้นดูเหมือนว่าเกมส์การแก้งานระหว่างทนายมาเฟียกับมที่ทวีความเข้มข้นขึ้น และเตรียมการยื่นฟ้องถึง 6 ข้อหาของบาเบล น้ำใจยิ่งทำให้เขานั้นเดินทางไปสู่ห้วงที่อันตราย และสิ่งที่คาดไม่ถึงเลยตรงมือเขาได้เปิดห้องใต้ดิน ที่เก็บทองคำเอาไว้หรือว่าใครบางคนได้เปิดเผยธาตุแท้ออกมา ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบาเบลได้เกิดขึ้น และยิ่งในอยู่ช่วงต่อสุดหายวินเซนโช่และฮงซายอง ได้วางแผนหรือร่วมมือกันเอาผิดบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างบาเบล และทำลายบอสโดนสังหารแต่ว่าไม่ได้ใช้วิธีสกปรก  เพื่อจะกลับมาเดินมาที่จะได้อิสระจากการอยู่กองอำนาจให้กลับคืนมาสร้างความยุติธรรมให้กับบุคคลที่ถูกบริษัท ที่ผิดกฎหมายเอาเปรียบผู้คนรอบขายยาแก้ปวดที่มีขนาดไม่ผ่านอย.ซีรี่ย์เกาหลี    เรื่องนี้นั้นน่าติดตามมาก ๆเพราะว่ามันจะเป็นหมดตอบสนอง และสะท้อนกลับคืนมาในสังคมก็คนที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวมักจะเป็นคนอื่นยิ่งมากไปกว่านั้นจะมีการแบ่งพรรคพวกในตลอดเวลา จนสถานการณ์ถูกบังคับให้ทุกคนในแปลงตัวหรือว่าซ่อนตัวจริงของตัวเองเอาไว้ถูกเปิดเผย

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่คลิก>>> iranicom

Technology วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ

Technology   ซึ่งจะมีบทบาททางด้านวิทยาศาสตร์ทำให้เกิดการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยสะดวก ต่อการสื่อสารและการดำรงชีวิตเป็นอย่างมากเพื่อเข้ามาเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐาน ในการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดีรวมถึงการสร้างที่พักอาศัยให้มีคุณภาพมาตรฐาน และการผลิตสินค้าและการบริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการสามารถที่จะผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมาก ในราคาที่ถูกลงหรือว่าคุณภาพที่จะเอาตัวเทคโนโลยีเหล่านี้ มาทำให้มีการติดต่อสื่อสารและสะดวกในการเดินทางเชื่อมโยงกันทำให้ประชากรทั่วโลกติดต่อ รับฟังข่าวสารได้อย่างง่ายดาย 

ทั้งนี้ยังมีวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงพัฒนาในเวลาขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงอยู่ของระบบเครื่องมือนั้น ๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างซับซ้อน และมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับอันอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ที่จะออกมาในการนำเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาออกมานี้ถือว่าตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์มาก ๆ อย่างที่เรามองเห็นได้ชัดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง คมนาคม การเรียนการสอน การเมือง การค้าขาย เป็นต้น  

เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาเทคโนโลยีได้มีบทบาทที่สำคัญ จึงสามารถที่จะสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ และความคิดใหม่ ๆ ทำให้เกิดขึ้นได้ อย่างไรเศรษฐกิจก่อให้เกิดกระแสของความไร้พรมแดงหรือกระแสโลกาภิวัตน์ และการเข้าสู่หลาย ๆ ประเภทได้อย่างรวดเร็วรวมถึงการก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศผสมผสานไปด้วย 4 ศาสตร์ที่อยู่ด้วยกัน คือ อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และข่าวสาร 

Technology

Technology หลักสำคัญและองค์ประกอบการเปลี่ยนแปลง

เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของโลกเป็นอย่างมาก ทั้งหมดนี้เป็นตามกระแสโดยเฉพาะในด้านของการสื่อสาร ในรูปแบบของข้อมูลสารสนเทศรวมถึงประสิทธิภาพ Technology การส่งออกข้อมูลข่าวสารที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นทำให้การรับรู้ข่าวสารนั้นเป็นไป ด้วยความรวดเร็วและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นทั้งภาพ และเสียงระบบการจัดการข้อมูลข่าวสารไม่จำกัดช่องทาง หรือว่าตัวกลางการแพร่กระจาย จากการพัฒนารูปแบบของเทคโนโลยี ในทุกด้านทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมืองสังคม รวมถึงการก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทำให้เกิดแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างที่สำคัญหลัก ๆประกอบไปด้วย คือ•เทคโนโลยีที่ทำให้เกิดรูปแบบขององค์กร ที่จะสามารถประกอบไปด้วยการดำเนินกิจกรรมได้ทุกสถานที่ทุกเวลาอาศัย การสื่อสารที่ก้าวหน้า และการประชุมทางวิดีโอระบบการประชุมเครือข่ายและระบบของการค้าบนเครือข่าย ลักษณะการดำเนินงานเหล่านี้ทำให้ผู้ที่ใช้งานขยายขอบเขตการดำเนินกิจการเป็นได้อย่างราบรื่น สามารถที่จะเดิมงานดำเนินงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจการจัดการที่สะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นการวางระบบ ATM ทำให้การเบิกจ่ายได้ตลอดเวลา กระจายตัวถึงผู้รับบริการมากยิ่งขึ้น

Technology

•เทคโนโลยีตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เป็นอย่างมากการพัฒนาขึ้นมาสำหรับผู้ใช้งาน และการสร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเน้นการตอบสนองความต้องการ โดยจะสร้างพื้นฐานอุปกรณ์รับรองทั้งด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายทำให้เกิดกระบวนการที่ซับซ้อน สามารถที่จะเป็นไปได้ และบรรลุเป้าหมายทำให้เทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้า เพื่อให้สามารถนำไปแก้ไขปัญหาของมนุษย์ได้ในปัจจุบันและอนาคต

เทคโนโลยีได้กลายเป็นตัวแปรที่สำคัญในทุก ๆ ด้าน ต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมศีลธรรมการศึกษาเศรษฐกิจ และทางการเมืองเป็นอย่างมากโดยการเชื่อมโยงข่าวจากต่างประเทศ ได้ทุกทั่วมุมโลกสามารถที่จะรับรู้และใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสารระหว่างกันและติดต่อกันได้ทั่วถึงทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมา ส่งผ่านถึงวัฒนธรรมการเมืองและลักษณะของสังคมที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อน

นั้นเป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคมหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือที่ผลักดัน ให้เศรษฐกิจนั้นมีการพัฒนาการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการดำเนินชีวิตของมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีก็สามารถที่จะส่งผลกระทบที่ไม่ต้องการ อย่างเช่น การสร้างมลพิษทำให้เกิดการผลิตที่ไม่ต้องการ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพราะว่าเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆของมนุษย์ ในขณะเดียวกันก็สร้างปัญหาในรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ รวมถึงแนวทางการโน้มน้าวการพัฒนาเทคโนโลยีที่จำเป็นจะต้องมองถึงระยะยาวมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะส่งผลกระทบและสะท้อนออกมาในรูปแบบของการพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี  ๆเพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> iranicom

อุทกภัย ที่มนุษย์สร้างขึ้นและเกิดขึ้นตามธรรมชาติ

อุทกภัย  คืออันตรายที่เกิดจากน้ำท่วมว่าสภาวะน้ำไหลหลาก น้ำล้นฝั่งทางหรือว่าทางน้ำที่ท่วมพื้นที่ โดยปกติแล้วไม่ได้อยู่ในระดับน้ำหรือว่าการผสมน้ำในพื้นที่ซึ่งจะระบายออกได้ไม่ทัน ทำให้น้ำท่วมปกคลุมไปด้วยน้ำท่วม โดยจะมีลักษณะใหญ่ ๆ แบ่งออกได้ 2 ลักษณะได้ก็ คือ 

น้ำท่วมฉับพลัน เป็นสภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ในพื้นที่เนื่องจากมีฝนตกหนักตลอดหลาย ๆ วัน มีความชันมากและมีคุณสมบัติการกักเก็บน้ำ หรือว่าการต้านน้ำได้น้อยบริเวณต้นน้ำหรือว่าความชันของพื้นที่มากกว่า นั้นถูกทำลายทำให้ไม่มีการกักเก็บน้ำหรือว่าการต้านทานน้ำลดน้อยลง หรือเกิดจากสาเหตุอื่นอย่างเช่นเขื่อนกักเก็บน้ำพังทลายเกิดน้ำท่วมฉับพลัน เหตุการณ์ส่วนมากนี้จะเกิดหลังจากฝนตกหนักไม่เกิน 6 ชั่วโมง และมักเกิดขึ้นในบริเวณที่ราบระหว่าง 

•น้ำท่วมขัง เป็นสภาวะน้ำท่วมที่เกิด ในระบบการระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพเกิดขึ้นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ หรือว่าบริเวณชุมชนเมืองใหญ่ที่อาจมีลักษณะไม่ค่อยเป็นค่อยไป เกี่ยวกับการจัดการระบายน้ำที่ไม่รวดเร็ว  ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในช่วงที่ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายวัน เกิดจากสภาวะน้ำล้นตลิ่งส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณท้ายน้ำและมีลักษณะที่แพร่เป็นบริเวณกว้างขวาง อุทกภัย เนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน

อุทกภัย 

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุทกภัย นี้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั่นก็คือฝนตกหนักจากพายุฝนฟ้าคะนองพายุที่เกิดขึ้นติดต่อกัน เป็นเวลาหลายชั่วโมงมีปริมาณน้ำมากที่มหาจะไหลลงสู่ต้นน้ำลำธารได้ มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนและฤดูร้อน และฝนตกหนักจากพายุเขตร้อนเมื่อพายุนี้ประจำอยู่ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเป็นเวลานาน แทบจะไม่เคลื่อนที่จะทำให้บริเวณนั้นมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงยิ่งมีพายุ และความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ผลจากน้ำทะเลหนุนในระยะที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อยู่ในแนวที่ทำ 5 ระดับน้ำทะเลขึ้นสูง น้ำทะเลจะเพิ่มระดับน้ำในแม่น้ำจะขึ้นเพิ่มมาอีกประจวบกับระยะเวลาที่น้ำป่า และน้ำจากภูเขานั้นไหลลงมาทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง และท่วมบริเวณกว้างยิ่งถ้ามีฝนตกหนักหรือว่าพายุเข้ามาพอดียิ่งเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก 

อุทกภัย สาเหตุหลักและปัจจัยวาตภัย

สาเหตุที่ทำให้เกิด อุทกภัย ส่วนมากจะเกิดจากการกระทำของมนุษย์ร่วมอยู่ด้วย คือ

การตัดไม้ทำลายป่า เป็นฝีมือของมนุษย์ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยเมื่อเกิดฝนตกหนักจะทำให้เกิดอัตราการไหลลงมาสู่ที่ราบ หรือว่าที่อาศัยของมนุษย์โดยเร็วมากขึ้น เป็นการเพิ่มความรุนแรงของน้ำในการกระทำและเป็นสาเหตุของดินถล่มอีกด้วย 

*การขยายเมืองบุกรุก เข้าไปในที่ลุ่มต่ำซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำทำให้ไม่มีที่รับน้ำ ดังนั้นทำให้น้ำล้นตลิ่งท่วมบริเวณที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นที่เมืองที่ขยายใหม่ 

การออกแบบการระบายน้ำ ของถนนที่ไม่เพียงพอทำให้เกิดน้ำล้นเอ่อภายในเขตเมืองที่มีชุมชนขนาดใหญ่ เนื่องจากการระบายน้ำได้ช้า 

•ระบบการจัดการน้ำไม่ได้ดี สาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมโดยเฉพาะบริเวณด้านท้ายของเขื่อนกักเก็บน้ำ

อุทกภัย 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดวาตภัย มีดังนี้

พายุหมุนเขตร้อน โดยทั่วไปแล้วจะเรียกกันว่าพายุไซโคลนที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในมหาสมุทรเขตร้อน หรือว่าแถบละติจูดที่ต่ำแตกต่างจากเส้นศูนย์สูตรอย่างน้อย 4-5 องศาละติจูด อุทกภัย ทำให้เกิดพายุในมหาสมุทรหรือว่าทะเลมีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 26 องศาเซลเซียส ขึ้นไปจากระดับความลึกประมาณ 60 เมตร มีปริมาณไอน้ำและอากาศจนถึงระดับความสูง 7 กิโลเมตร รวมถึงมีการเครื่องตัวไปกับกระแสลมส่วนใหญ่ จะมาจากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก แล้วขึ้นไปทางที่ละติจูดสูงและเวียนโค้งกลับมาทางตะวันออกอีกครั้ง

คลื่นพายุซัดฝั่ง เป็นภัยที่ร้ายแรงอย่างหนึ่ง อันเนื่องมาจากพายุหมุนเขตร้อนคือคลื่นขนาดใหญ่ซัดชายฝั่ง จากความแรงของลมที่เกิดขึ้นเพื่อตัวเข้าหาฝั่งประกอบไปด้วย ความกดอากาศที่มีค่าน้อยบริเวณศูนย์กลางของพายุนั้นทำให้น้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น กว่าบริเวณโดยรอบโดยปกติมีความรุนแรงมากในรัศมีประมาณ 100 กิโลเมต รจากศูนย์กลางของพายุ ซึ่งสาเหตุมาจากพายุเขตร้อนมีความแรงระดับพายุโซนร้อนขึ้นไปอีกหมุนเขตร้อน จะก่อตัวในทะเลจีนใต้คือว่าเครื่องตัวผ่านปลายแหลมของญวนเข้าสู่อ่าวไทย 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>>> iranicom

Café ร้านกาแฟสุดชิคยอดฮิต

Café เป็นล้านประกอบกิจการเกี่ยวกับกาแฟ มีลักษณะที่มีการประยุกต์ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการผสมผสานเกี่ยวกับพัฒนาการและเข้าอยู่ร่วมกัน นี่จึงเป็นจุดเด่นโดยทั่วไปที่เราไปดื่มกาแฟนั้นไม่จำหน่ายเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ จะเน้นไปทางประเภท ชา กาแฟช็อกโกแลต นม หรือว่าอาหารว่าง เป็นแซนวิชน่ารัก ๆ พร้อมกับขนมปังหรือว่าขนมหวานคัพเค้กเคียงกับคุกกี้ด้วย บริการคาเฟ่ที่เราเห็นมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็มาบูมช่วงหลัง จะมีการนิยมไปถ่ายรูปเป็นอย่างมากรวมถึงสถานที่ไหนหรือว่า Cafe เป็นที่ชิค ๆ ชิว ๆ Minion ถือว่าเป็นสายดาร์ก หน่อยผู้คนจะชอบมาก ๆ เรียกว่าเป็นเทรนอีกอย่างนึงเลยก็ได้ได้ในตอนนี้ โดยที่มาของคาเฟ่นี้จะปรากฏในบันทึกของประวัติศาสตร์เมื่อคริสตศักราชที่ 16 ในร้านกาแฟร้านนึงในสมัยนั้นเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงซึ่งชาวบ้านนำมารวมกัน เพื่อที่จะมาดื่มชากาแฟทั้งในตอนเช้าและตอนเย็นมากกว่า นั่งเล่นหมากรุก

จากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ร้านกาแฟ ได้มีการเปลี่ยน Concept ในรูปแบบใหม่ โดยร้านกาแฟแรกของลอนดอนจะเปิดขึ้นในคริสตศักราช 1652 มีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร เกี่ยวกับการนัดพบปะเพื่อนฝูงทั้งในสมัย รวมถึงปัจจุบันจึงเป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเหมือนกับการสืบทอดมาในสมัยนี้ ซึ่งลูกค้าส่วนมากในสมัยร้านกาแฟเป็นสถานที่นัดพบเหมือนอย่างอดีตเป๊ะที่สถานที่ ที่ไม่จำกัดประเภทของลูกค้าที่แตกต่างจากกับร้านเดิม ๆ ส่วนมากจะเป็นผู้ชายนิยมที่ชอบทานกาแฟแต่ในสมัยนี้แล้วมีการกระจาย อย่างแพร่หลายทุกมุมโลก

Café

แต่ละประเทศไม่มีการพัฒนาลักษณะรูปแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของร้านไปอย่างโดดเด่น ที่มีทั้งร้านเล็ก ๆ หรือว่าเป็นตึกแถวที่สามารถที่จะจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทนี้ พร้อมกับอาหารขนมว่างที่มีชื่อดังขนมเค้กที่หน้าตาแปลกใหม่ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี     ซึ่งในสมัยก่อนจะสังเกตการณ์ว่าวัฒนธรรม ในคาเฟ่นั้นได้เดินทางเข้ามาและครองใจผู้คน 

Café

อย่างแพร่หลายทำให้ร้านกาแฟต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่เป็นที่โปรดปรานของคอกาแฟเป็นอย่างยิ่ง ทั้งรสชาติที่อร่อยบรรยากาศสุดชิลจึงเป็นเหตุผล และการเลือกทำเลที่ตั้งร้าน เพื่อเป็นที่ดึงดูดความสนใจอีกอย่างหนึ่ง  เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คนที่เบื่อออฟฟิศเลี่ยง ไม่อยากเข้าไปเพราะการทำงานที่วุ่นวาย Café ทำให้สมองนั้นไม่ปลดปล่อย จึงมีการสำรวจออกมาว่าสำหรับการไปนั่งคาเฟ่แล้วเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง ในยุคสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ Freelance เชื่อกันว่าออฟฟิศจำลองของคุณนี่คือกาแฟ และสถานที่ดี ๆ แบบนี้ที่เขาจะสามารถสูดอากาศดี ๆ เข้าไปรวมถึงมีคาเฟ่เองที่รออยู่รอบตัวแล้วก็น้ำตาลทำให้เพิ่มความตื่นตัว นอกจากนี้ยังบวกกับกินกาแฟอันหอมหวานที่อยู่ การได้รับกาแฟสักแก้วในช่วงเวลาบ่ายๆดีไม่น้อยเลยทีเดียว 

และยังมีโอกาสที่จะได้พบปะความคิดสร้างสรรค์แรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นเป็นสถานที่ที่มีคนแปลกหน้าสาธารณะมารวมกัน ทั้งในเวลาตอนสาย ๆ และตอนบ่าย ที่ดีแล้วเป็นทุนเดิมเวลาคุณนั่งคิดงานเหลือบไปเห็นโคมไฟ หรือถ้วยกาแฟหนังสือโปสการ์ดต่าง ๆ มากมายก็จะเกิดไอเดียเพิ่มขึ้นอีกด้วย ถือว่าการได้ยินเสียงดนตรีแจ๊สที่ลอยอยู่ในคาเฟ่ คนที่พูดคุยกันเสียงกุ๊บกิบ ได้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของคนอยู่ตลอดเวลาทำให้ผลงานที่คุณจะสร้างสรรค์ออกมา ทรงพลังและมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น 

คือเกี่ยวกับบรรยากาศของมุมหนึ่งในร้านกาแฟไม่ใช่เพียงแค่คนนิยมไปถ่ายรูปเท่านั้น  และเป็นอีกสถานที่หนึ่งอันดับ 1 ที่วัยรุ่น Caféหรือว่าวัยทำงานชอบนัดเดทกัน หรือว่านัดพบกันเป็นสถานที่แรกเพราะมันคือความชอบและความสนใจเกี่ยวกับรสนิยมขั้นต้นในการนั่งร้านกาแฟ ร้านสักร้านนึงที่มีบรรยากาศดี ๆ รวมถึงปฏิกิริยาของอีกฝั่ง เมื่อเจอหน้ากันและอยู่บรรยากาศที่พูดคุยได้ อย่างโรแมนติก และเพิ่มโอกาสที่จะทำให้บทสนทนานั้นดูมีเสน่ห์มากขึ้น

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> o-tattoo

สร้างสรรค์ ฟีดแบคที่ดีคือ “ฟีดแบคเชิงสร้างสรรค์”

Harvard ค้นพบว่า ฟีดแบคที่ดีคือ “ฟีคแบคเชิง สร้างสรรค์ ” แต่ในบางคนนั้นก็ต้องใช้ “ฟีดแบคที่แรงกว่านั้น” ถึงจะลงมือทำอะไรได้ การให้ฟีดแบคเชิงบวก กุญแจสำคัญในการทำงานร่วมกัน ที่ผ่านมาในชีวิตคุณเคยได้รับฟีดแบคแบบไหนบ้าง ? คนจำนวนไม่น้อยก็คงจะคุ้นเคยกับคำว่า ‘ติเพื่อก่อ’ หรือ ‘การดูถูกเพื่อเป็นแรงผลักดัน’ … แต่คำพูดเหล่านั้นสามารถได้ผลจริงหรือ ? ก็คงไม่แปลกหากมีคนเห็นด้วยกับการแสดงฟีดแบคเช่นนี้ แต่คนเราก็มีความคิดที่ไม่เหมือนกัน การที่ยิ่งตำหนิหรือให้ฟีดแบคเชิงลบนั้นอาจไม่ได้ผลกับทุกคนเสมอไป

ซึ่งแน่นอนว่าการให้ฟีดแบคนั้นเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิต แต่การเลือกใช้คำพูดนั้นก็มีความสำคัญต่อ ‘ความรู้สึก’ ของผู้ฟัง อาจมีบางคนที่รู้สึกเฉย ๆ กับการถูกให้ฟีดแบคเชิงลบ แต่สำหรับบางคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ดังนั้น ในวันนี้เราจึงได้มานำเสนอเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่า ทำไมการให้ฟีดแบคใน ‘เชิงบวก’ นั้นมีความสำคัญ แต่จะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามกัน

สร้างสรรค์

ก่อนอื่นเลย คำว่า ‘Feedback’ ก็คือการที่เราถูกใครบางคนประเมิน วิพากษ์วิจารณ์ หรือตัดสิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นการตอบสนองต่อความเครียด จึงทำให้เมื่อหลายคนได้ยินคำว่า ‘ฟีดแบค’ ส่วนใหญ่ก็มักจะสันนิษฐานกันไปว่าเป็น ‘ข่าวร้าย’ แต่คำติชมก็ไม่ได้น่ากลัวเสมอไปเพราะสามารถทำให้เรารู้สึกมีค่า เป็นที่ยอมรับ และพอใจที่เพื่อนร่วมงานของเราเห็นเราในเชิงบวก ย้อนกลับไปที่ข้อสันนิษฐานที่ว่า ‘ฟีดแบคเชิงลบ’ นั้นไม่ได้ได้ผลสำหรับทุกคนเสมอไป … แล้วแบบไหนล่ะที่คนต้องการ ? 

สร้างสรรค์

จากการศึกษาของ Harvard Business Review พบว่ากว่า 57% ของผู้คนต้องการคำติชมที่ ‘สร้างสรรค์’ มากกว่าการยกย่องหรือการยอมรับในเชิงบวก เพราะทุกคนตระหนักดีว่าข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ทำให้เรามีโอกาสเรียนรู้และเติบโตได้มากกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องการผลตอบรับเชิงบวกเลย เพราะ ‘การให้ฟีดแบคเชิงบวกและสร้างสรรค์ ’ นั้นมีความ Powerful มากกว่าที่คุณคิด คำพูดดี ๆ และการติชมในเชิงบวกสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจซึ่งช่วยให้พวกเขาทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้พวกเขามีแรงจูงใจและมีส่วนร่วมมากขึ้น เนื่องจากมันแสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกเขาได้รับการสนับสนุนและสิ่งนี้นำไปสู่ความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีขึ้น สุดท้ายแล้วผู้คนจะยอมรับคำวิจารณ์ได้ง่ายขึ้นเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นแล้วเราจะสนับสนุนให้ผู้คนให้ข้อเสนอแนะในเชิงบวกมากขึ้นได้อย่างไร ? ด้วยความที่คนไทยอาจยังไม่ค่อยคุ้นชิน แต่การให้ฟีดแบคในเชิงบวกและสร้างสรรค์นั้นก็ไม่ยากเลย เพียงทำตามคำแนะนำเหล่านี้

สร้างสรรค์

การให้ฟีดแบคใน เชิงบวก และ สร้างสรรค์

1) ทำให้การชื่นชมเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ปกติ เพราะข้อเสนอแนะนั้นเกิดจาก ‘คน’ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือการที่ผู้คนจะต้องสามารถให้ข้อเสนอแนะในเชิงบวกแก่กันและกันได้ ซึ่งจะช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่ง ให้การสนับสนุนกันและกัน และจะมีความเหนียวแน่นมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้เพราะโดยปกติแล้วผู้คนมักจะรู้สึกสบายใจที่จะให้คำติชมเชิงบวกมากกว่า

นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถให้ข้อเสนอแนะในเชิงบวกต่อหน้าผู้อื่นได้ซึ่งต่างจากการให้ฟีดแบคเชิงลบที่บางครั้งต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่า และการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้สามารถเพิ่มแรงจูงใจและขวัญกำลังใจได้ นอกจากนี้หากคนเห็นผู้อื่นได้รับคำชมและยกย่อง พวกเขามักจะตั้งใจทำงานเพื่อให้ได้รับคำชมเชยเช่นเดียวกัน เนื่องจากปัจจัยความต้องการขั้นพื้นฐานของทุกคนก็คือการ ‘ถูกยอมรับ’ แม้หลาย ๆ ครั้งคนเรามักจะปฏิเสธคำชม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องการคำชม

2)  ไม่ใช่แค่การพูดว่า “ทำได้ดี” เมื่อคนได้ยินคำว่าการให้ฟีดแบค เชิงบวก คุณก็อาจคิดอย่าง สร้างสรรค์ ว่าการที่บอกว่า “คุณทำได้ดี” เพียงเท่านี้ก็จบ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นเพราะนอกจากเราจำชื่นชมแล้ว บางทีการเพิ่ม What & Why เข้าไป What & Why ก็คือการที่คุณบอกคน ๆ นั้นว่าสิ่งที่คุณประทับใจคืออะไร เหตุใดคุณถึงคิดว่ามันดี ทำไมมันดูแล้วเวิร์ค ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยให้คุณสามารถให้คำติชมโดยตรงและตรงประเด็นและสามารถทำให้แต่ละคนรู้ว่าเราคาดหวังอะไรจากพวกเขา ข้อเสนอแนะในเชิงบวกจะช่วยสร้างแรงจูงใจ เพิ่มความมั่นใจ และแสดงให้ผู้คนเห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับพวกเขา ช่วยให้ผู้คนเข้าใจและพัฒนาทักษะของพวกเขา อันจะเป็นผลดีต่อประสิทธิภาพของบุคคล ทีมงาน และองค์กร

สร้างสรรค์

จริง ๆ แล้วการให้คำแนะนำในเชิงลบอาจไม่ได้แย่ แต่สิ่งที่เป็นปัญหานั้นอาจเกี่ยวข้องกับ ‘คำพูด’ ของคนมากกว่า เพราะกว่า 92% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยกับคำยืนยันที่ว่า ‘การให้คำติชมเชิงลบที่เหมาะสม มีประโยชน์ในการช่วยให้คนในทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ’ แต่ก็มีไม่น้อยเลยที่ได้แสดงความคิดเห็นอย่างไม่เป็นมืออาชีพ มีการใส่อารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ‘อคติ’ ลงไป จนสุดท้ายแทนที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่ผิดพลาด แต่กลับไปโจมตีตัวบุคคลที่ทำงานนั้น ๆ แทน ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ในการทำงานที่ดีขึ้น ผู้คนเชื่อว่าการวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์มีความสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการจากหัวหน้า

ซึ่งการศึกษาของ Harvard Business Review สรุปได้ว่าความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะเชิงแก้ไขอย่าง สร้างสรรค์ เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมของคุณที่จะทำให้คุณแตกต่าง ไม่มีใครที่ชอบการถูกตำหนิอยู่ตลอดเวลา บางทีการลองเปลี่ยนมาเป็นการติเพื่อก่ออย่างสร้างสรรค์ก็อาจทำให้ทีมแข็งแกร่งมากกว่า ส่วนเล็ก ๆ ที่ทำให้คนสามารถพัฒนาทักษะความสามารถเริ่มได้ง่าย ๆ จากการให้คำแนะนำอย่างเคารพ จริงใจ ตรงไปตรงมา และไม่นำอคติเข้ามาเกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันเมื่อได้รับข้อติชมไปแล้วก็ควรแก้ไขอย่างสุดความสามารถและเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน นี่อาจเป็นก้าวแรกที่จะทำให้การทำงานในทีมของคุณมีความเหนียวแน่นและเพิ่มศักยภาพได้มากกว่าเดิม อย่าลืมลองนำไปปรับใช้แล้วนำผลลัพธ์มาแชร์กันนะครับ

หากคุณต้องการอ่านบทความอื่น ๆ ที่มีทั้งสาระดีดีและเกร็ดความรู้แบบนี้อีก สามารถติดตามพวกเราได้ที่นี่ >> iranicom

เคมีบำบัด ไม่น่ากลัวอย่างที่ทุกคนนั้นคิด

เคมีบำบัด หรือว่าเรานั้นเรียกกันสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า คีโม เป็นวิธีการรักษามะเร็งประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้ยาต้านมะเร็งตัวหนึ่งหรือว่าหลายชนิดประกอบอยู่ด้วยกัน เป็นสูตรการรักษาของโรคมะเร็งยาเคมีบำบัดที่มีมาตรฐานเกี่ยวกับเคมีบำบัดอาจใช้โดยมีเป้าหมาย ชัดเจนคือรักษาให้โรคนั้นหาย หรือว่าเพื่อยืดชีวิตแค่บรรเทาอาการเจ็บปวดก็ได้ที่ เรียกว่าเคมีบำบัดแบบประคับประคอง ในปัจจุบันนี้แล้วเมื่อถึงการรักษาด้วยยารักษามะเร็งที่สามารถออกฤทธิ์ ด้วยวิธีการยับยั้งหรือว่าการแต่งตัวของเซลล์มะเร็งซึ่งบางครั้งนั้น อาจไม่นับรวมยาที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกอื่น ๆ รวมถึงยาโดยการจับตำแหน่งเป้าหมายของโมเลกุลหรือว่ายีนส์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระตุ้นการเจริญพันธุ์ของเซลล์มะเร็งผ่านฮอร์โมน อย่างเช่น สำหรับมะเร็งเต้านม หรือว่า แอนโดรเจน สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก ฮอร์โมนบำบัดหรือว่าการรักษาด้วยฮอร์โมนส่วนยาที่สามารถออกฤทธิ์ และยับยั้งส่งสัญญาณผ่านตัวรับ อย่างเช่น ไซโนซิสไคเนส ที่ถูกเรียกว่าการรักษาแบบมุ่งเป้า แปลว่าการรักษาจะเป็นแบบใดก็ตาม หรือว่าจะเป็นการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ฮอร์โมนบำบัด และการรักษาแบบมุ่งเป้าหมาย ส่วนใหญ่แล้วยังเป็นการรักษาที่ไปทั่วร่างกาย เคมีบำบัด เมื่อให้ยาเข้าไปสู่ร่างกายยานั้นจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว สามารถที่จะส่งไปออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งที่มีเลือดไปถึงรวมถึงร่างกายนั่นเอง

เคมีบำบัด

รักษา เคมีบำบัด ระงับเซลล์มะเร็ง

เคมีบำบัด แบบดั้งเดิมเป็นยาที่เป็นพิษต่อเซลล์ที่ หมายถึง การเข้าไปรบกวนการยับยั้งกระบวนการแบ่งเซลล์ชนิดที่ตอบสนองการรักษาแบบนี้ที่แตกต่างกัน อาจจะเรียกว่าเป็นเคมีบำบัดยาที่ถูกทำลายเซลล์ลงไป ผลข้างเคียงที่จะเกิด ในเคมีบำบัดนี้ส่วนหนึ่งมาจากเซลล์ที่ปกติมีการแบ่งเซลล์บ่อยครั้งถูกทำลายไป พร้อมกับเซลล์มะเร็งยังเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร รวมถึงเซลล์รากผม    กลไกการออกฤทธิ์ของเคมีบำบัด คือ การแบ่งตัวได้เจริญเติบโตที่ไม่สามารถที่จะควบคุมไม่ได้เพื่อนมีพฤติกรรมการลุกลาม แบบร้ายที่ได้แก่ การรุกรานเนื้อเยื่อ และการแพร่กระจายสาเหตุที่มีพฤติกรรมแบบนี้นั้น เกิดจากสาเหตุใด ๆ อย่างทั้งจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ผสมขึ้นได้ยินส่วนหนึ่งในการ ออนโคยีน  ฃ

เคมีบำบัด

วัตถุประสงค์ในการทำเคมีบำบัด หรือว่าการทำคีโมสามารถแบ่งออกเป็นหลายวัตถุที่ผู้ป่วยสามารถเข้าใจได้ง่าย ถึงเป้าหมายในการรักษามะเร็งได้มากขึ้นของแพทย์ ที่มีการแนะนำเพื่อให้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจที่จะรักษาก็ คือ ควบคุมเสี่ยงมะเร็ง ที่นอกเหนือจากการไปทำลายเซลล์มะเร็งแพทย์อย่างแนะนำ ให้ทำรวมถึงวิธีการควบคุมเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยที่มี เคมีบำบัด การเจริญเติบโตแพร่หลายในส่วนอื่นของร่างกาย เพื่อช่วยให้อาการของผู้ป่วยนะดีขึ้นและมีชีวิตที่ยาวมากยิ่งขึ้น ในบางครั้งอาจทำให้เข้าไปสลายเซลล์มะเร็งให้หายขาดได้ในบางรายในระยะเริ่มแรก

รักษาโรคมะเร็งเข้าไปทำอะไรเซลล์มะเร็งให้หายขาด ได้แต่ผู้ป่วยนานจะมีมะเร็งที่ขึ้นมาใหม่ ที่ได้รับจากการรักษาอยู่แต่ในบางกรณี ก็เป็นไปตามตัวอย่างที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วยประคับประคองอาการให้ดีขึ้น เนื่องจากเซลล์มะเร็งนั้นมีการแพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้ง่ายไม่สามารถที่จะควบคุมได้โดยการทำเคมีบำบัดอาจจะมีวัตถุประสงค์ที่มุ่งมั่นเพื่อที่จะบรรเทาอาการเพียงเท่านั้นทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้มากที่สุด 

ข้อห้ามของการรับเคมีบำบัด คือ ผู้ป่วยอยู่ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ของ 3 เดือน อาจจะมีโอกาสทำให้ทารกนั้นเกิดการพิการตั้งแต่กำเนิดได้ ทั้งผู้ที่เป็นโรคไตที่รุนแรงเคมีบำบัดนี้ส่วนใหญ่มักจะต้องผ่านขั้นตอนการก่อน หรือว่ากำจัดของเสียโดยตับและไตจึงทำให้มีผลกระทบคนข้างที่จะสูง เคมีบำบัด และผู้ที่มีเซลล์เม็ดเลือดที่ต่ำมีโอกาสที่จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงเนื่องจากมีภูมิต้านทาน ในบางรายอาจจะทำให้เกิดเลือดหรือว่าการใช้ยาก่อนเข้ารับการเคมีบำบัด เพื่อที่จะสร้างเซลล์เม็ดเลือดให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> iranicom

ไดโนเสาร์ (Dinosaur)ล้านปี

ไดโนเสาร์ มนุษย์ได้ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์มาเป็นเวลานับล้านล้านปีแต่ยังไม่มีผู้ใดที่จะเข้าใจถึงทองแท้ของซากไดโนเสาร์เหล่านี้ ที่ต่างพากันคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ทั้งชาวจีนยังมีความเชื่อเกี่ยวกับกระดูกมังกรอีกด้วย ทำให้มีการเชื่อมโยงแบบผิด ๆ หลงทิศหลงทางทางกันมา  จนกระทั่งมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์อีกครั้งเมื่อในปี พ.ศ1822 โดยนักธรณีวิทยาของชาวอังกฤษค้นพบไดโนเสาร์ชนิดแรกของโลกจึงได้จัดตั้งชื่อว่า อิกัวโนดอน โดยมีลักษณะทางชีววิทยาของไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่ยักษ์!พวกมันจะมีผิวหนังที่ปกคลุมเป็นเกล็ดเหมือนกันกับ งู จระเข้ เต๋า กระเพาะอาหารของไดโนเสาร์สามารถกินพืชได้มาก มีขนาดที่ใหญ่จะอย่างไรก็ตามเนื่องจากเซลล์ เซลลลูโลส ของพืชนั้นบางครั้งจะทำให้กลืนก้อนหินไปช่วยย่อยแต่สวนไดโนเสาร์นั้นจะกินเนื้อย่อยอาหารเร็วกว่า  มีข้อมูลของไดโนเสาร์ยังไม่ทราบแน่ชัดนักชีววิทยาได้พิสูจน์ว่าไดโนเสาร์นั้นศูนย์ไปหมด เหลือแค่เพียงซากดึกดำบรรพ์ไว้เท่านั้น 

ไดโนเสาร์

ไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อนคลานขนาดใหญ่

ไดโนเสาร์ นักบรรพชีววิทยาต้องสันนิษฐานตามข้อมูลต่าง ๆ และพฤติกรรมการล่าเหยื่อรวมถึงการดำรงชีวิต ไดโนเสาร์ขึ้นมาพพไม่ตรงกันกับความเป็นจริงมากเท่าไหร่นัก  ด้วยยุคของไดโนเสาร์ ยุคไทรแอสซิก  มีการคงรูปของไดโนเสาร์ในยุคนี้เกิดขึ้นถูกปกคลุมด้วยป่าไม้จำนวนมาก คือ ที่หลายตระกูลในสปอร์การขยายพันธุ์ประสบความสำเร็จมีการพัฒนาถึงขั้นสูงสุด ในป่าของยุคไทรแอสซิกในช่วงแรกนั้นมีสัตว์ใหญ่ไม่มากนักสัตว์ปีกที่ใหญ่ที่สุด!นั่นก็คือแมลงปออยากที่มีปีกกว้างถึง 2 ฟุต ได้ชื่อว่านักล่าเวหาเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในยุคนั้น  

ไดโนเสาร์

การจำแนกไดโนเสาร์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ตามโครงสร้างกระดูกเชิงกรานได้ 2 ชนิดนั้นก็ คือ  

•ไดโนเสาร์สะโพกสัตว์เลื้อยคลาน หรือว่า ซอริสเซียน เป็นภาษากรีก ที่ไปได้ว่าเป็นไดโนเสาร์ที่ มีโครงสร้างกระดูกเชิงกรานตามบรรพบุรุษ

•ไดโนเสาร์สะโพกนก หรือว่า ออร์นิทิสเซียน เป็นไดโนเสาร์อีกอันดับหนึ่งส่วนใหญ่จะเดิน 4 ขาและกินพืชเป็นหลัก 

แม้ว่าในวงการวิทยาศาสตร์ในช่วงนั้นจะเห็นได้ว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์ยักษ์เชื่อช้า มีลักษณะที่โง่ขาน ไดโนเสาร์แต่มันก็กระตุ้นความน่าสนใจของสาธารณชนเป็นอย่างมากหลังจากการต่างประเทศ เมื่อในปี ค.ศ 1781 แล้วนั้นสหรัฐอเมริกา มีพยายามหาสิ่งที่เป็นตัวตนของความเป็นชาติขณะที่เมืองยุโรปในประวัติศาสตร์อันเกรียงไกร ของกรีกและโรมันแต่สหรัฐกับไม่มีอะไรที่ชัดเจนเลย ทำให้สหรัฐอเมริกาหันมาสนใจเรื่องของไดโนเสาร์และพยายามจะศึกษาขุดค้นซากฟอสซิล ของสัตว์จำพวกนี้เพื่อแสดงให้ชาวโลกรู้ว่าสหรัฐอเมริกาผู้พิทักษ์มรดกทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ 

ไดโนเสาร์

แม้ศาสตร์แห่ง ไดโนเสาร์จะเพิ่มมากขึ้น และพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ภาพของไดโนเสาร์ก็ยังเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นเลือดเย็น แต่มีการตอกย้ำที่ชัดเจนจากภาพวาดของบรรดาจิตรกรที่มีชื่อเสียง และทรงอิทธิพลที่สุด   จากอิทธิพลของไนด์ส่งผลดีกับการจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ในพิพิธภัณฑ์ทัวร์สหรัฐอเมริกา  และเผยแพร่ไปยังทั่วโลกได้นำเอากระดูกของไดโนเสาร์ที่ปรากฏเป็นตัว จัดวางอยู่ด้านหน้าภาพวาดของพวกเขาแล้วสมมุติ  เมื่อยามมีชีวิตหรือแม้แต่ภาพยนตร์ในช่วงนั้นก็สามารถมองเห็นภาพของไนด์ ได้นายแบบการสร้างไดโนเสาร์ที่ปรากฏในเรื่องเสมือนจริง  การค้นพบหลักฐานแห่งใหม่ได้เกิดขึ้นเรื่อย ๆไดโนเสาร์ รวมถึงได้มีการสนับสนุนถึงแนวคิดต่าง ๆ อย่างเช่น  การค้นพบซากกลางของไดโนเสาร์ของพวก ฮาโดรซอร์ ที่พวกมันสร้างรัง และวางไข่ไว้รวมทั้งมีการเลี้ยงลูกตัวอ่อนแบบเดียวกัน อย่างที่นกนั้นทำหรือว่าการขุดพบซากไดโนเสาร์หลากหลายชนิด  บนพื้นที่ที่มีหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สนับสนุนว่าเป็นพื้นที่ซึ่งมีอากาศหนาว ในยุคของดึกดำบรรพ์ นี่จึงแสดงว่าไดโนเสาร์ขนาดใหญ่อาศัยบอยู่ที่นั่น

จริง ๆ จึงเป็นสัตว์ค่อนข้างจะเลือดอุ่นมีอุณหภูมิร่างกายที่คง ที่สามารถที่จะอาศัยอยู่ในเขตอากาศหนาวได้

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่คลิก>>> o-tattoo

กระบวนการสังเคราะห์แสง ของพืชน่าเรียนรู้(Photosynthesis)

กระบวนการสังเคราะห์แสง   เป็นกระบวนทางเคมีที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งของ พืช   สาหร่าย  แบคทีเรีย   บางชนิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงพลังงานของตัวเองจากแสงอาทิตย์ ให้กลายเป็นพลังงานทางเคมีได้อย่างน่าทึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งหมด รวมแล้วแต่อาศัยจากพลังงานของการสังเคราะห์แสงเพื่อเจริญการเติบโต ทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ยังมีการผลิตออกซิเจนได้อีกด้วย 

โดยมีองค์ประกอบหลายๆองค์ประกอบพร้อมกับสัดส่วน และบรรยากาศออกซิเจนอยู่ในรูปสิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะเกิดการสังเคราะห์แสงได้ที่ เรียกว่าphototrophs โดยจะมีโมเลกุลที่มีความสามารถในการดึงดูดแสงเข้าไปอยู่ในพืชและสิ่งมีชีวิตนั้นก็ คือ  รงควัตถุ 

กระบวนการสังเคราะห์แสง

กระบวนการสังเคราะห์แสง ปัยจัยหลักในการสังเคราะห์แสง

กระบวนการสังเคราะห์แสง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการสังเคราะห์แสงด้วยตัวเอง คือ 

ความเข้มของแสง ที่มีอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆรวมถึงอุณหภูมิของแสงที่เข้มข้นขึ้น  ต่ออัตราการสังเคราะห์แสงแบบรวมกันนั่นก็คือถ้าอุณหภูมิขึ้นเพียงอย่างเดียว ความเข้มข้นของแสงจะน้อยทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงแรงเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องจนถึงขีดหนึ่งอัตราการสังเคราะห์แสงจะลดลง ถ้าไม่มีการคิดถึงปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องแล้วการสังเคราะห์แสงของพืชส่วนใหญ่ จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอุณหภูมิในช่วงของ 0-35 องศาเซลเซียส หรือ 0-40องศาเซลเซียส ทั้งนี้ทั้งนั้นจากกระบวนการสังเคราะห์แสง ได้ถูกปฏิกิริยาที่มีเอนไซม์เข้ามาควบคุม แนวเรื่องของความสัมพันธ์เกี่ยวกับอัตราส่วนในการสังเคราะห์แสงจะเรียกปฏิกิริยาทางเคมีมีความสัมพันธ์ กับอุณหภูมิว่าต้องมีปฏิกิริยาเทอร์โมเคมิคัล 

ออกซิเจน   ตามปกติของอากาศที่มีปริมาณของออกซิเจนยังมีการแบ่งได้หลายแบบ 

น้ำ เป็นวัตถุดิบที่จำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์แสงอย่างหนึ่ง ที่มีการต้องการประมาณร้อยละ 1 กระบวนการสังเคราะห์แสงเพียงเท่านั้นจึงไม่มีความสำคัญมากนะน้ำจะอยู่ในเซลล์ อย่างเพียงพอรวมถึงอิทธิพลของน้ำจะส่งผลกระทบต่อการสังเคราะห์แสงทางอ้อมนั่นก็ คือ การกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ให้ดีขึ้นรวมถึงการมีหลายชนิด  เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซออกซิเจน 

อายุของใบ จะต้องไม่แก่หรืออ่อนมากเกินไปทั้งนี้ทั้งนั้นใบอ่อนคลอโรฟิลล์ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ส่วนไว้ที่แก่มาก ๆ คลอโรฟิลล์นั้นจะสลายตัวออกไปในจำนวนมาก 

อุณหภูมิ เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการสังเคราะห์แสงของพืชโดยทั่วไปอัตราการสังเคราะห์แสง จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออุณหภูมิสูงถึง10-35 จะมีอัตราการสังเคราะห์แสงลดต่ำลง ตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะเอนไซม์ที่ทำงานได้ดีช่วงเวลาภูมิที่พอเหมาะถ้าสูงถึง 40 องศาเซลเซียส จะเสื่อมสภาพในการทำงานของเอนไซม์ชะงักลง

การสังเคราะห์แสงมีความสำคัญอย่างไร ที่เรารู้นั่นก็ คือ พืช 

มีบทบาทที่สำคัญต่อสิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดรวมทั้งมนุษย์เองที่ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต โดยมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานทางเคมีสารอาหารที่เราเก็บไว้ในเนื้อเยื่อ  ได้แก่  โปรตีน  คาร์บอนไดออกไซด์ และไขมัน เป็นต้น พลังงานเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดไปยังสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดนั่นก็

 กระบวนการสังเคราะห์แสงคือ ผู้บริโภคที่ทำให้เกิดการถ่ายทอดทางพลังงาน และระบบนิเวศต่าง ๆ ของโลกนอกจากจะมีการสังเคราะห์ด้วยแสงที่จะให้พืชได้มาผลิต เป็นอาหารแล้วยังได้แก๊สออกซิเจน และไอน้ำที่ถูกปล่อยออกมาสู่ใบเป็นอากาศส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในน้ำก็ยังปล่อยออกซิเจนสู่แหล่งน้ำ และสัตว์น้ำทั้งบนบกได้นำออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการหายใจ กับระบบเผาผลาญอีกด้วย

กระบวนการสังเคราะห์แสง

การสังเคราะห์แสงของพืชเป็นสารชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นเองไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเป็นแป้งหรือสารประกอบหรืออื่น ๆ กระบวนการสร้างน้ำตาลของพืชที่เราสามารถเรียกกันว่า กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงที่มีปัจจัยหลายอย่างในกระบวนการนี้นั่นก็ คือ

•คลอโรฟิลล์เป็นออร์แกเนลล์ที่พบในพืช

•ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่งจะรับเข้าไปทางปากในเวลากลางวันเพื่อตั้งสารตั้งต้นในการผลิตน้ำตาล

•แสงคลอโรฟิลล์ สมศักดิ์พลังงานแสงเข้าไปในใบพืชทำให้กระตุ้นเกิดปฏิกิริยาการสังเคราะห์แสง

•รากจะดูดซึมเข้าไปลำเลียงโดยผ่านท่อลำเลียงที่มีในรากจนถึงใบ

ความสำคัญยังไม่ได้มีแค่นี้ที่เกิดการสังเคราะห์แสง ยังมีความสำคัญอื่น ๆกระบวนการสังเคราะห์แสง   ที่เราจะต้องการจากพืชด้วยการสังเคราะห์แสงแล้วนำมาประกอบอาหารอย่างเช่นเราปลูกผักทำให้พืชผักเจริญเติบโต รวมถึงต่อยอดในด้านธุรกิจได้อีกด้วย

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  คลิก>>> o-tattoo